“พิพัฒน์” ลงพื้นที่โรงพยาบาลเทพา จ.สงขลา รับฟังปัญหาน้ำท่วมกระทบเส้นทางส่งผู้ป่วย สั่งกรมทางหลวง–กรมทางหลวงชนบท เร่งสำรวจและแก้ไขจุดเสี่ยง ย้ำ “ความปลอดภัยและนาทีชีวิตต้องมาก่อน”

วันนี้ (30 สิงหาคม 2569) เวลา 10.45 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวง ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ โรงพยาบาลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อการให้บริการสาธารณสุข โดยเฉพาะปัญหาเส้นทางคมนาคมที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางและการรับ-ส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระหว่างสถานพยาบาล ตลอดจนการเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พลตรี ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายแพทย์ปพน ดีไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา สมาชิกผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยส่วนราชการ นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ

. นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โรงพยาบาลเป็นหน่วยงานสำคัญที่ต้องสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาวะฉุกเฉินที่ทุกนาทีมีความหมาย ระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงกับสถานพยาบาลจึงต้องมีความพร้อมและปลอดภัย สามารถรองรับการเดินทางได้แม้เกิดฝนตกหนักหรือน้ำท่วม สำหรับพื้นที่อำเภอเทพาและบริเวณใกล้เคียงมีทั้งชุมชน เส้นทางคมนาคม และพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศและภัยธรรมชาติ จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ควบคู่กับการวางแนวทางป้องกันในระยะยาว เพื่อยกระดับความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานและลดความเสี่ยงในอนาคต

. พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ลงพื้นที่สำรวจโครงข่ายถนนโดยรอบโรงพยาบาลเทพา รวมถึงเส้นทางหลักและเส้นทางที่ประชาชนใช้เดินทางมายังโรงพยาบาลอย่างละเอียด เพื่อประเมินจุดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม น้ำกัดเซาะ ตลิ่งทรุด และจุดที่มีสภาพเส้นทางเป็นอุปสรรคต่อการสัญจร พร้อมเร่งปรับปรุงจุดเสี่ยงที่สามารถดำเนินการได้ทันที ทั้งการซ่อมแซมผิวจราจร การปรับปรุงระบบระบายน้ำ และการแก้ไขพื้นที่เสี่ยงถูกน้ำกัดเซาะ โดยให้เส้นทางเชื่อมโยงโรงพยาบาลเป็นลำดับแรก เพื่อให้ประชาชน รวมถึงรถพยาบาลและรถฉุกเฉิน สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

. นายพิพัฒน์ กล่าวย้ำว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม มีความสำคัญมากกว่าการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณสุขและการช่วยเหลือประชาชนในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะการนำส่งผู้ป่วยที่ต้องแข่งขันกับเวลา รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขจุดเสี่ยงและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

. ด้าน นพ.เดชา แซ่หลี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพา กล่าวว่า โรงพยาบาลเทพาประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในช่วงปี 2567–2568 โดยระดับน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อครุภัณฑ์และพื้นที่ชั้น 1 ของโรงพยาบาล จึงจัดทำแผนรองรับสถานการณ์วิกฤต โดยนำผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้ป่วยโรคไตและหญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด เข้าพักรักษาล่วงหน้าก่อนเส้นทางถูกตัดขาด พร้อมเตรียมแผนอพยพผู้ป่วยขึ้นสู่ชั้น 2 รวมทั้งสำรองน้ำและอาหารไว้รองรับสถานการณ์ประมาณ 3–4 วัน

. สำหรับแนวทางระยะยาว โรงพยาบาลเทพาเสนอการก่อสร้างอาคาร 2 ชั้น เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและเพิ่มพื้นที่ให้บริการ พร้อมขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน โดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านคมนาคม และหน่วยกู้ภัย ในการปรับพื้นที่ เทคอนกรีต และจัดทำพื้นที่จอดรถด้านหลังโรงพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้รับบริการฟอกไต ทั้งนี้ แม้โรงพยาบาลเทพาจะเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล แต่ได้พัฒนาศักยภาพการให้บริการและเพิ่มจำนวนเตียงจาก 30 เตียง เป็น 72 เตียง

. โอกาสนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตรวจเยี่ยมการให้บริการของศูนย์กายภาพบำบัด ศูนย์ไตเทียม ห้องทันตกรรม และพื้นที่ก่อสร้างอาคาร 2 ชั้น ซึ่งจะใช้เป็นพื้นที่ให้บริการด้านกายภาพบำบัดและบริการทางการแพทย์อื่น ๆ พร้อมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ โดยยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังปัญหา ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผลักดันการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อให้โรงพยาบาลเทพาสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย และต่อเนื่อง แม้ในสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติ


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar