“ไชยชนก” ตรวจเยี่ยมศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ ติดตามการดำเนินงาน ยกระดับประสิทธิภาพบริการประชาชน

30 สิงหาคม 2569 ที่ ศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ติดตามการดำเนินงานของศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายนรินทร์ ไทยสยาม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ด้านปฏิบัติการภูมิภาค 1) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายไชยชนก ได้ติดตามการดำเนินงาน พร้อมรับฟังภาพรวมการให้บริการของศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการบริหารจัดการและกระจายสิ่งของไปรษณีย์ในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปประกอบการพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายไชยชนก กล่าวว่า ได้รับโจทย์ในการบริหารจัดการสิ่งของที่รับบริจาคในภาวะวิกฤตมายังศูนย์ไปรษณีย์ เนื่องจากในแต่ละช่วงสถานการณ์มีความต้องการสิ่งของที่แตกต่างกันไป ขณะที่เมื่อมีสิ่งของบริจาคเข้ามาเป็นจำนวนมาก ก็อาจทำให้เกิดปัญหาคลังล้น จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการให้การสื่อสารและการขอรับบริจาคสิ่งของเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นระบบและสามารถส่งต่อสิ่งของไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการได้อย่างเหมาะสม

สำหรับในช่วงที่เกิดภาวะวิกฤตหรือภัยพิบัติ ระบบการขนส่งและนำจ่ายสิ่งของไปรษณีย์อาจประสบปัญหา โดยเฉพาะกรณีเกิดน้ำท่วม ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถมองเห็นหรือระบุเส้นทางการนำจ่ายได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดความสับสนและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน ดังนั้น การมีข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่ถูกต้องและแม่นยำจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการบริหารจัดการและการนำจ่ายสิ่งของในสถานการณ์ดังกล่าว

ขณะนี้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดเก็บข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งให้มีความถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะเครื่องมือด้านการจัดเก็บและระบุตำแหน่ง หรือ Pain Point Location เพื่อช่วยให้การปฏิบัติงานมีความสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลตำแหน่งได้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยให้การนำจ่ายสิ่งของเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ฝากให้ไปรษณีย์ไทยเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต โดยต้องมองถึงแผนสำรองและแนวทางการดำเนินงานในกรณีที่ปริมาณการส่งเอกสารลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการส่งจดหมายมีสัดส่วนลดลงเหลือประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ จึงจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าว่า หากแนวโน้มดังกล่าวลดลงอีก ไปรษณีย์ไทยจะบริหารจัดการและปรับรูปแบบการให้บริการอย่างไร เพื่อให้ระบบการขนส่งและบริการของไปรษณีย์ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตามไปรษณีย์ไทยยังคงมีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งสามารถเป็นระบบสำรองที่สำคัญได้ในยามเกิดเหตุขัดข้องของระบบดิจิทัล โดยเฉพาะกรณีที่ระบบดิจิทัลแบงก์กิ้งเกิดปัญหาหรือไม่สามารถให้บริการได้ ไปรษณีย์ไทยยังคงมีศักยภาพในการให้บริการและดำเนินภารกิจที่จำเป็นต่อประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง….

ภาพ/ข่าว : NBT ยะลา


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar