นายกฯ อำลาเอกอัครราชทูตบรูไนฯ อย่างอบอุ่น ย้ำมิตรภาพอันยาวนาน พร้อมสานต่อความร่วมมือไทย–บรูไนในทุกมิติ

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569) เวลา 11.00 น. ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเปองีรัน ฮาจี ซาฮารี บิน เปองีรัน ฮาจี ซัลเละฮ์ (H.E. Pengiran Haji Sahari bin Pengiran Haji Salleh) เอกอัครราชทูตบรูไนดารุสซาลามประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมด้วย

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตบรูไนฯ อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยได้กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตบรูไนฯ ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีระหว่างไทยกับบรูไนตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ดำรงตำแหน่ง

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ฝากความระลึกถึงและความปรารถนาดีไปยังสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน พร้อมกล่าวถึงความประทับใจที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ในช่วงการประชุมเอเปคที่เกาหลีใต้ และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ตลอดจนแสดงความยินดีกับเจ้าชายอับดุล มาติน ในโอกาสได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของบรูไน

ด้านเอกอัครราชทูตบรูไนฯ ได้กล่าวแสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมขอบคุณรัฐบาลไทยสำหรับความร่วมมือและการสนับสนุนอันดีตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ และเชื่อมั่นว่าเอกอัครราชทูตบรูไนฯ คนใหม่จะสานต่อความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้มีความใกล้ชิดและเกิดผลเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. การส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับบรูไนยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงภาคธุรกิจ รวมถึงสาขาที่ทั้งสองประเทศมีจุดแข็งและสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี อาทิ ความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางพลังงาน และอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน และเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจให้แก่ภาคเอกชน ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ

2. การผลักดันกลไกสนับสนุนการค้าและการลงทุน
ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความคืบหน้าของข้อตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทย - บรูไน (Double Taxation Agreement) ซึ่งพร้อมสำหรับการลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ และจะเป็นอีกกลไกสำคัญในการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศในอนาคต

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะการนำเข้าปุ๋ยจากพลังงานของบรูไน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนก๊าซธรรมชาติ อันเป็นทรัพยากรหลักของบรูไน ให้กลายเป็น ปุ๋ยยูเรีย ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านปัจจัยการผลิตทางการเกษตร สนับสนุนการลดต้นทุนของเกษตรกรไทย และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของทั้งสองประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายอาจพิจารณาใช้กลไกข้อตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน เพื่อสนับสนุนความร่วมมือดังกล่าว

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีแสดงความตั้งใจที่จะเดินทางเยือนบรูไนอย่างเป็นทางการในโอกาสที่เหมาะสม เพื่อสานต่อความร่วมมือและมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งกล่าวอวยพรเอกอัครราชทูตบรูไนฯ ให้ประสบความสุขและความสำเร็จในชีวิตหลังเกษียณ โดยย้ำว่าเอกอัครราชทูตบรูไนฯ จะเป็นมิตรที่ดีของประเทศไทยเสมอ และยินดีต้อนรับกลับมาเยือนประเทศไทยได้ทุกเมื่อ

โอกาสนี้ เอกอัครราชทูตบรูไนฯ ได้มอบ “กริช” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญทางวัฒนธรรมของบรูไนและชาวมลายู ให้แก่นายกรัฐมนตรีเป็นที่ระลึก ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้มอบเครื่องเบญจรงค์พร้อมสิ่งของตามคติความเชื่อของไทยเป็นสิ่งของแลกเปลี่ยน เนื่องจากกริชเป็นของมีคม โดยถือเป็นการแลกเปลี่ยนสิ่งของเพื่อความเป็นสิริมงคลและมิตรภาพที่ยั่งยืน สะท้อนถึงความเคารพ ความปรารถนาดี และความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับบรูไนที่มีมาอย่างยาวนาน

“ไทยและบรูไนมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นบนพื้นฐานของมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความร่วมมือที่ใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน รัฐบาลพร้อมสานต่อความร่วมมือกับบรูไนในทุกมิติ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างความมั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” นางสาวรัชดา กล่าว

ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/165163


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar