รองรับโจทย์สุขภาพที่ท้าทายใน 4 วาระสุขภาพสำคัญ ทั้งสุขภาพดีตลอดช่วงวัย การตอบสนองต่อภัยสุขภาพ การสร้างความเข้มแข็งระบบสุขภาพ และการจัดการอาหารปลอดภัย ภายใต้หลักการ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ก่อนเสนอที่ประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ก.ย.นี้
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมการประชุม Collective Development of the 2026–2030 Work Programmes Meeting and Workshop ระหว่างวันที่ 20–23 เมษายน 2569 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ร่วมกับคณะผู้แทนฯ จากประเทศสมาชิกอาเซียนอีก 10 ประเทศและสำนักเลขาธิการอาเซียน จัดโดยกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการปรึกษาหารือการพัฒนาแผนงานสุขภาพอาเซียน พ.ศ. 2569–2573 เพื่อใช้เป็นกรอบการทำงานขับเคลื่อนความร่วมมือและยกระดับงานด้านสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ตอบสนองต่อบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และโจทย์ที่ท้าทายสุขภาพสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ภายใต้หลักการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยพิจารณาวาระสุขภาพสำคัญ 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) การส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาพดีตลอดช่วงวัย ประกอบด้วย การสร้างเสริมสุขภาพประชากร, การสูงวัยอย่างมีสุขภาวะ, การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ, สุขภาพจิต และ โภชนาการ 2) การตอบสนองต่อภัยสุขภาพและความเสี่ยงทางสุขภาพอื่น ๆ ประกอบด้วย การควบคุมโรคติดต่อ, สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health), ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อสุขภาพ, สุขภาพในภาวะภัยพิบัติ และความปลอดภัยด้านอาหาร 3) การสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสุขภาพ ประกอบด้วย หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC), การเข้าถึงบริการสุขภาพ ยาและวัคซีน, สุขภาพดิจิทัล, ความปลอดภัยของผู้ป่วยและคุณภาพการบริการ และ 4) การจัดการอาหารปลอดภัย
นพ.โสภณกล่าวต่อว่า ร่างแผนฯ จากการประชุมนี้ จะถูกนำเสนอในการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านการพัฒนาสาธารณสุข ครั้งที่ 20 เพื่อให้การรับรองในเดือนมิถุนายน 2569 และตามด้วยการรับรองอย่างเป็นทางการในการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ครั้งที่ 17 เดือนกันยายน 2569 ต่อไป นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาร่างข้อตกลงกลไกการกำกับดูแลและการดำเนินงานของภาคส่วนสุขภาพอาเซียน รวมทั้งแนวทางการสร้างความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาและหุ้นส่วนในภาคส่วนต่าง ๆ ที่สนใจร่วมมือกับภาคส่วนสุขภาพอาเซียน ขณะที่ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขได้เสนอกิจกรรมที่ประเทศไทยเป็นประเทศเจ้าภาพในการดำเนินการ อาทิ การเร่งรัดจัดตั้งศูนย์อาเซียนด้านการสาธารณสุขฉุกเฉินและโรคอุบัติใหม่ (ASEAN Centre for Public Health Emergencies and Emerging Diseases : ACPHEED) การยกระดับมาตรฐานการแพทย์ดั้งเดิมและการแพทย์ทางเลือก และเตรียมพร้อมรับตำแหน่งรองประธาน ASEAN Health Cluster 1 ในปีต่อไปด้วย
******************************************** 24 เมษายน 2569