(9 มี.ค. 69) นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค แถลงภายหลังการประชุมผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ กรณีเฝ้าระวังการเอารัดเอาเปรียบประชาชนในฐานะผู้บริโภคจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ได้กำชับทุกจังหวัดยกระดับการเฝ้าระวังและคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างเข้มข้น การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการสั่งการจากส่วนกลางสู่พื้นที่อย่างเป็นระบบ หลังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ประชุมกำหนดมาตรการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้ราคาสินค้าและบริการผันผวน และเปิดช่องให้เกิดการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคได้ในช่วงภาวะวิกฤต
นายสันติ กล่าวว่า การคุ้มครองผู้บริโภคไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ แต่ต้องเดินเกมเชิงรุก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอาเปรียบประชาชนตั้งแต่ต้นทาง โดยรัฐบาลได้กำหนด 6 มาตรการเร่งด่วน เพื่อยกระดับการดูแลผู้บริโภคทั่วประเทศ ได้แก่
นายสันติ กล่าวด้วยว่า ต้องยอมรับว่าวันนี้สินค้าบางชนิดอาจขาดแคลน โดยเฉพาะน้ำมัน จึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กรมการค้าภายใน และ สคบ. เร่งตรวจสอบ ดูแลประชาชนและผู้ประกอบกิจการโดยเฉพาะภาคการขนส่ง เพราะหากน้ำมันขึ้นราคาหรือขาดแคลน ประชาชนจะเดือดร้อน เพราะจะกระทบกับสินค้าอื่น ๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดถือเป็นกลไกด่านหน้าของการคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่ และการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลางกับจังหวัดจะทำให้มาตรการต่าง ๆ เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้วิกฤตโลกกลายเป็นช่องทางให้ใครเอาเปรียบผู้บริโภคไทย ทุกมาตรการที่กำหนด คือ การปิดช่องโหว่และสร้างหลักประกันให้ประชาชนมั่นใจว่า สิทธิของผู้บริโภคจะได้รับการคุ้มครองอย่างจริงจังและเป็นธรรมในทุกสถานการณ์
ส่วนมาตรการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชุมติดตามสถานการณ์และหารือแนวทางช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อประเมิน
ผลกระทบด้านการท่องเที่ยวและเตรียมมาตรการรองรับอย่างใกล้ชิด ที่ประชุมได้รายงานภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ซึ่งในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามากว่า 6.54 ล้านคน ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวสะสมกว่า 3.2 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ตลาดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางและเส้นทางการบินที่เกี่ยวข้องมีแนวโน้มชะลอตัว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางบางส่วน
นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานสถานการณ์เที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน รวมถึงการดูแลนักท่องเที่ยวที่อาจประสบปัญหาการเดินทางกลับประเทศ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการบิน การตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้หารือแนวทางช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อาทิ การประสานงานกับสายการบิน การให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกผ่านศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) ในสนามบินหลัก การประสานหน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องอยู่ต่อ รวมถึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงแรมในการพิจารณาปรับอัตราค่าที่พักในกรณีที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางกลับได้ตามกำหนด เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นต่อการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง