(9 มี.ค. 69) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และหมอกควัน ในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ณ ห้องประชุมชั้น 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผ่านระบบ VDO Conference โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย คณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 พร้อมกำหนดแนวทางบูรณาการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ
การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในปัจจุบัน รวมถึงการคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ในระยะต่อไป พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงความคืบหน้าการบูรณาการปฏิบัติการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีการรายงานภาพรวมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ 14 กลุ่มป่าทั่วประเทศ เพื่อประเมินระดับความรุนแรงและวางแผนการปฏิบัติการควบคุมไฟป่าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้หัวหน้ากลุ่มป่าในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ไฟป่ารุนแรง รายงานสถานการณ์และแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ได้แก่ กลุ่มป่ารอบเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มป่าแม่ยม จังหวัดแพร่ พะเยา และลำปาง กลุ่มป่าถ้ำผาไท จังหวัดลำปาง กลุ่มป่าเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง และกลุ่มป่าตอนใต้จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และตาก พร้อมกันนี้ ยังได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานในพื้นที่ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายสภาลมหายใจ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
โอกาสนี้ นายสุชาติ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทส. ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและเสียสละ พร้อมย้ำว่าปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน ทรัพยากรป่าไม้ และเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญสูงสุด โดยในปีนี้ได้ปรับแนวทางการทำงานให้เน้นการป้องกันเชิงรุกมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ จากการดำเนินงานร่วมกันที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์มีสัญญาณที่ดี โดยจุดความร้อนลดลงร้อยละ 65 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จากสภาพอากาศที่แห้งแล้งมากกว่าปีที่ผ่านมา จำเป็นต้องยกระดับมาตรการให้เข้มข้นและต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ นายสุชาติ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทส. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานภายใต้หลัก “รวดเร็ว ตรงเป้าหมาย มีประสิทธิภาพ และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ” พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า โดยเน้นย้ำ 4 แนวทางสำคัญ ในการดำเนินงานในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ได้แก่