“ภูมิธรรม – ธีรรัตน์” กำชับทุกพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์พายุ “วิภา” ย้ำจังหวัดเร่งระบายน้ำ อพยพกลุ่มเปราะบางไปพื้นที่ปลอดภัย

(24 ก.ค. 68) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานสถานการณ์อุทกภัยจากพายุ “วิภา” ที่เคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศลาวตอนบน และภาคเหนือตอนบน ว่า ส่งผลให้มีสถานการณ์ในพื้นที่ 
6 จังหวัด คือ น่าน พะเยา เชียงราย ลำปาง เชียงใหม่ และ เลย เบื้องต้นส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,775 ครัวเรือน 32,176 คน มีผู้สูญหาย 1 ราย (ชายถูกน้ำพัด อ.ท่าวังผา) จังหวัดน่าน
จังหวัดน่าน จากฝนตกหนักน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ ประกอบด้วย ภูเพียง ปัว เชียงกลาง ท่าวังผา เฉลิมพระเกียรติ และเวียงสา ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,450 ครัวเรือน 27,565 คน มีผู้สูญหาย 1 ราย โดย ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 15 เชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหาย ให้การช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ปัจจุบันยังคงมีฝนตกในพื้นที่และมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น

จังหวัดเชียงราย น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 11 อำเภอ ประกอบด้วย ป่าแดด เมืองฯ เทิง เวียงแก่น เชียงของ ขุนตาล เวียงเชียงรุ้ง เวียงชัย เวียงป่าเป้า แม่สรวย และพญาเม็งราย ประชาชนได้รับผลกระทบ 923 ครัวเรือน 3,415 คน โรงเรียน 8 แห่ง ถนน 11 สาย และพื้นที่การเกษตร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายให้การช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ปัจจุบันยังคงมีฝนตกในพื้นที่ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จังหวัดพะเยา น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย ปง เชียงคำ จุน ดอกคำใต้ และภูซาง  บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 82 ครัวเรือน 303 คน ศูนย์ ปภ.เขต 15 เชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายให้การช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ปัจจุบันยังคงมีฝนตกในพื้นที่และระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จังหวัดลำปาง น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ งาว และวังเหนือ ประชาชนได้รับผลกระทบ 316 ครัวเรือน 877 คน และพื้นที่การเกษตร ศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหาย ให้การช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ปัจจุบันไม่มีฝนตกในพื้นที่ ระดับน้ำลดลง
จังหวัดเชียงใหม่ น้ำไหลหลากเข้าท่วมและดินสไลด์ในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย พร้าว ฮอด แม่ออน และแม่อาย เบื้องต้นประชาชนได้รับผลกระทบ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย ศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ปัจจุบันไม่มีฝนตกในพื้นที่ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จังหวัดเลย น้ำท่วมขังพื้นที่ 1 อำเภอ คือ ด่านซ้าย เบื้องต้นประชาชนได้รับผลกระทบ 4 ครัวเรือน 15 คน ศูนย์ ปภ.เขต 14 อุดรธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหาย ให้การช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ปัจจุบันไม่มีฝนตกในพื้นที่ ระดับน้ำทรงตัว
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนระวังฝนตกหนักถึงหนักมากจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “วิภา” และคาดว่าจะอ่อนกำลังลงอีก ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณภาคเหนือ 
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงต่อไปจนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม นี้ 
และเพื่อเป็นการรับมือสถานการณ์และผลกระทบจากพายุ “วิภา” กระทรวงมหาดไทยที่ได้จัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์พายุวิภา โดยเริ่มเปิดปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 และยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
(23 ก.ค. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธาน          

การประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์พายุวิภา พร้อมด้วย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference)
นายภูมิธรรม กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นย่อมส่งผลกระทบในวงกว้างต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ดังนั้น “การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง” โดยเฉพาะการนำระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน “Cell Broadcast” มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติได้ดียิ่งขึ้น จึงขอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องจักรกลในพื้นที่เสี่ยง เพื่อสามารถเข้าปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที หากเรามีการเตรียมการที่ดีและมีความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
น.ส.ธีรรัตน์ กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้า โดยเน้นย้ำให้เฝ้าระวัง ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำหรือพื้นที่เขตเศรษฐกิจ โดยนำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงไว้ล่วงหน้า เร่งตรวจสอบซ่อมแซมแนวคันดินริมแม่น้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ระบายน้ำในแหล่งกักเก็บน้ำให้เหมาะสม และเตรียมพร้อมด้านบุคลากร เครื่องจักรกล และระบบสื่อสาร เพื่อการแจ้งเตือนประชาชนได้ทันท่วงที และขอเน้นย้ำแนวทาง 6 ข้อเพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างมีเอกภาพ รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ ได้แก่ 
1. การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยยึดหลักการรักษาชีวิตของประชาชนผู้ประสบภัยเป็นเรื่องสำคัญ และผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปปฏิบัติงานต้องได้รับความปลอดภัยอย่างสูงสุดด้วยเช่นเดียวกัน 
2. การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์ดินถล่มเนื่องจากปริมาณฝนสะสมหรือฝนตกกระหน่ำ ที่เราเรียกว่า “เรนบอม” ซึ่งต้องแจ้งเตือนประชาชน และหากประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิต ต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือจุดที่รองรับการอพยพไว้ก่อน เพื่อรักษาชีวิตของประชาชน
3. บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพตามแผนเผชิญเหตุที่แต่ละพื้นที่ได้กำหนดไว้ 
4. ให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น ดูแลด้านการดำรงชีพ จัดตั้งโรงครัวเพื่อประกอบอาหารช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งดูแลสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย ดูแลด้านความสงบเรียบร้อย ป้องกันการเกิดอาชญากรรม จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการคมนาคม การปิดเส้นทางคมนาคมที่มีน้ำท่วมขังซึ่งเป็นอันตรายต่อการสัญจรพร้อมติดป้ายและเจ้าหน้าที่แจ้งเตือนอำนวยความสะดวก และจัดเส้นทางเลี่ยงที่ปลอดภัย 
5. ในพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ต้องให้การช่วยเหลือเป็นอันดับแรก 
6. เรื่องการรายงานสถานการณ์ ให้ศูนย์อำนวยการกลางของแต่ละจังหวัดรายงานสถานการณ์อุทกภัย รวมถึงการให้การช่วยเหลือให้ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบด้วยข้อมูลที่ชัดเจน 
เพื่อลดความสับสนของประชาชน และให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย               เขตนอกพื้นที่ เข้าสนับสนุนการปฏิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ โดยติดตั้งเครื่องจักรในพื้นที่เสี่ยงไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 พร้อมเจ้าหน้าที่ The Guardian Team ไปประจำ ณ ฐานการบินจังหวัดเชียงใหม่เพื่อเตรียมพร้อมออกปฏิบัติการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้าถึงยาก เน้นย้ำให้ความสำคัญการเฝ้าระวังและแจ้งเตือน การดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ การเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว และการเตรียมการดูแลด้านการดำรงชีพ และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว 
ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ ข้อมูลข่าวสาร และการแจ้งเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทาง Line Official Account “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป 
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar