เลขา. สมช. ในนาม ผอ. ศปก.ศบค. ไขข้อข้องใจประเด็นสถานการณ์โควิด-19 ย้ำทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อมาตรการสัมฤทธิ์ผล

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ผอ.ศปก.ศบค.) ชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิดซึ่งสืบเนื่องมาจากการออกประกาศราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 28) ซึ่งได้ยกระดับ 13 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (แดงเข้ม) กำหนดมาตรการลดการเคลื่อนย้ายและการเดินทางประชาชน ห้ามออกนอกเคหสถาน ยกเว้น จัดหา อาหาร ยา เวชภัณฑ์ ส่วน ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ เปิดได้ถึง 20.00 น. และห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คน
 
พลเอก  ณัฐพลฯ  ตอบคำถามสื่อมวลชนเพื่อสร้างความกระจ่างให้กับประชาชน โดยเน้นว่ามาตรการที่ออกมานั้นจะประสบความสำเร็จได้ต้องประกอบไปด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐจะต้องมีความเข้มข้น จริงจัง ประณีตในการกำหนดรายละเอียดการปฏิบัติ ภาคเอกชน จะต้องให้การสนับสนุนมาตรการที่ ศบค.กำหนด พี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือ นอกจากนั้นสื่อมวลชนก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้าใจ
 
นอกจากนั้น ยังได้ตอบประเด็นคำถามที่สื่อมวลชนได้ถาม อาทิ เรื่องของการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนยังคงทำได้ โดยให้ยึดหลัก DMHTT ส่วนอาสาสมัครก็ยังทำได้เพราะถือเป็นการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับบริการสาธารณสุข เรื่องของการเดินทางมาฉีดวัคซีนที่ กทม. นั้น แสดงใบนัดเป็นหลักฐานแก่เจ้าหน้าที่ และยังมีเว็บไซต์ “หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เพื่อกรอกแบบฟอร์มรับ QR Code เพื่อแสดงแก่เจ้าหน้าที่ เรื่องของเคอร์ฟิวในห้วงเวลาช่วงกลางวันจะเป็นลักษณะการ “ให้งดเว้นหรือหลีกเลี่ยง”  และยังยืนยันว่า ศบค. และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้มีการเตรียมการไว้แล้วทุกสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีโมเดลอู่ฮั่นเป็นข้อพิจารณา ของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะต้องประเมินสถานการณ์ในลำดับต่อไป ส่วนมาตรการล็อคดาวน์แบบเต็มรูปแบบ (Full Lockdown) จะประเมินจากหลายๆปัจจัยอาทิ ยอดผู้ติดเชื้อ จำนวนสถานพยาบาล และมิติผลกระทบทางเศรษฐกิจ
 
เลขา สมช. ยังขอให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนเห็นใจการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข ในการจัดหาวัคซีน เพราะปัจจัยต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พร้อมได้ชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาการรอเตียงจำนวนมาก ได้แก่ มีการเร่งมาตรการการแยกกักที่บ้าน Home Isolation การจัดตั้งศูนย์พักคอยซึ่งจะมีครบทั้ง 50 เขต ใน กทม. ภายเดือนกรกฎาคมนี้ และพยายามแก้ปัญหา Call Center โดยเพิ่มคู่สายให้มากขึ้น
 
“ทาง ศบค. เองตระหนักว่าการใช้มาตรการที่เข้มข้นมากขึ้นจะทำให้พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อน จึงต้องขอความกรุณาทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการ เพื่อให้ในเวลา 14 วันข้างหน้านี้มาตรการนั้นเกิดประสิทธิผล และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นจะได้เร่งผ่อนคลายมาตรการ ศบค.จะได้มีการติดตามสถานการณ์รายวัน และต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอด” พลเอก ณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย
 
อนึ่ง สำหรับเนื้อหาเพิ่มเติมสามารถเข้าถึงได้จาก Youtube “ไทยคู่ฟ้า”
 https://www.youtube.com/watch?v=5qAxL2ydurU

------------------

ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/43907



คะแนนโหวต :