“ยศชนัน” หารือร่วม UNSW ขยายความร่วมมือไทย-ออสเตรเลีย พัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ต่อยอดวิจัยและสตาร์ตอัปสู่ตลาดโลก

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การต้อนรับศาสตราจารย์แอตทิลา บรังส์ (Attila Brungs AO) อธิการบดีและประธานมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  ให้การต้อนรับศาสตราจารย์แอตทิลา บรังส์ (Attila Brungs AO) อธิการบดีและประธานมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (The University of New South Wales: UNSW Sydney) และนายพาโบล คัง (Pablo Kang) เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือแนวทางขยายความร่วมมือด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมใหม่ โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ทพญ. ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ศ.ดร.สุรินทร์ คำฝอย รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ด้าน Core Business ผศ.ดร. ปมทอง มาลากุล ณ อยุธยา เลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วม ณ ห้องพระจอมเกล้า ชั้น 4 อาคาร สป.อว.

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ไทยและออสเตรเลียมีความร่วมมือด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชนของทั้งสองประเทศทั้งนี้ กระทรวง อว. ได้มีเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงความร่วมมือกับออสเตรเลียด้านนวัตกรรมและการพัฒนาสตาร์ตอัป เพื่อสนับสนุนการนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยทั้งสองประเทศควรขยายความร่วมมือด้านการวิจัยในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพร่วมกัน อาทิ วิศวกรรมศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ การวิจัยและพัฒนายา วิทยาศาสตร์สุขภาพ และเทคโนโลยีควอนตัม โดยเชื่อมโยงกับเครือข่ายภาคเอกชนด้านเทคโนโลยีของ UNSW รวมถึงความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิกเพื่อสนับสนุนการยื่นขอขึ้นทะเบียนยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพต่อหน่วยงานกำกับดูแล (FDA) รวมถึงควรพิจารณาการสนับสนุนงบประมาณร่วม (Co-funding) และต่อยอดสู่การจัดตั้งสตาร์ตอัปร่วมไทยและออสเตรเลีย โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีเชิงลึก เพื่อผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และขยายตลาดในระดับโลก

 นายพาโบล คัง กล่าวว่า รัฐบาลออสเตรเลียมีนโยบายส่งเสริมการขยายบทบาทด้านการศึกษาของออสเตรเลียในระดับโลก และเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคอาเซียน ด้วยความพร้อมและความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จึงมีโอกาสขยายความร่วมมือด้านการศึกษาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และต่อยอดไปสู่ความร่วมมือในสาขาอื่น ๆ ที่ทั้งสองประเทศมีความสนใจร่วมกัน ซึ่งในปี 2570 จะเป็นวาระครบรอบ 75 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับออสเตรเลีย และประสงค์ใช้โอกาสดังกล่าวผลักดันความร่วมมือในหลากหลายสาขาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ศาสตราจารย์แอตทิลา บรังส์ กล่าวว่า UNSW มีเป้าหมายในการเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก (Global University) โดยได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของออสเตรเลีย และอันดับ 19 ของโลก ตามการจัดอันดับ QS World University Rankings 2027 มหาวิทยาลัยสนใจขยายความร่วมมือกับประเทศไทยและสร้างฐานการดำเนินงานในไทย โดยมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต เทคโนโลยีเพื่อรองรับสังคมสูงวัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการยกระดับทักษะและพัฒนาทักษะใหม่ (Upskill/Reskill) ซึ่งสามารถสนับสนุนประเทศไทยในการพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมใหม่ได้

ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/169651


image รูปภาพ
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar