วันนี้ (29 กันยายน 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกคณะมนตรีองค์การการบินพลเรือนระหวางประเทศ (ICAO Council) ในการประชุมสมัชชา ICAO สมัยวิสามัญครั้งที่ 43 ในเดือนพฤษจิกายน 2569 และเห็นชอบในหลักการให้ประเทศไทยสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกคณะมนตรีองต์การการบืนพลเรือนระหว่างประเทศในวาระต่อๆไปอย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เป็นหน่วยงานหลักด้านเทคนิคและการดำเนินงาน รวมถึงการจัดทำข้อมูล ข้อเสนอเชิงนโยบาย สื่อสำหรับการรณรงค์ และการเตรียมบุคลากรและงบประมาณ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้กระทรวงคมนาคม โดย กพท. ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศสนับสนุนภารกิจของประเทศไทยในกรอบองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการรณรงค์แสวงหาการสนับสนัน การปฏิบัติหน้าที่ของผู้แทนประเทศไทยในคณะมนตรี ICAO เมื่อได้รับเลือกตั้ง และการเป็นศูนย์กลางการบูรณาการประสานงานระหว่างหน่วยงานของไทยกับ ICAO รัฐสมาชิก และองค์การระหวางประเทศด้านการบิน โดยใหดำเนินการให้สอดคล้องกับห้วงเวลาการรณรงค์ และการเริ่มวาระการดำรงตำแหน่งในคณะมนตรี (ICAO)
พร้อมกันนี้ ครม.มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานหลักด้านการทำรวมถึงการแจ้งความประสงค์สมัครรับเลือกตั้งต่อ ICAO ในนามรัฐบาลไทย และดำเนินการขอเสียงหรือแลกเสียงสนับสนุนจากประเทศสมาชิกขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรืออาจดำเนินการขอแลกเสียงกับประเทศสมาชิกขององค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ โดยประสานการดำเนินงานกับกระทรวงคมนาคม (กพท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศมีกำหนดจัดการประชุมสมัขชา ICAO สมัยวิสามัญ ครั่งที่ 43 (The 43 Session (Extraordinary of ICAO Asembly) ระหว่างวันที่ 19 - 20 พฤศจิกายน 2569 เพื่อเลือกตั้งรัฐมาชิกเพิ่มเติม 4 รัฐ เป็นสมาชิกคณะมนตรี ICAO ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งประกาศตัว เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกคณะมนตรี ICAO รวมถึงรณรงค์แสวงหาการสนับสนุนและประสานขอรับการสนับสนุนจากรัฐสมาชิกผ่านช่องทางการทูตและเวทีพหุภาคีก่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ได้เริ่มพิจารณาการให้เสียงแก่ประเทศที่ลงสมัครเลือกตั้งแล้ว และประเทศสมาชิกบางส่วนจะสรุปผลการให้เสียงแลกเสียงของประเทศตนภายในเดือนตุลาคม 2569 เพื่อให้ประเทศไทยมีเวลาในการแจ้งรัฐภาคีต่างๆ ให้ทราบถึงเจตนารมณ์ของประเทศไทยที่จะลงสมัครรับเสือทตั่งได้โดยเร็วที่สุด และให้รัฐสมาชิกได้พิจารณการให้เสียง/แลกเสียงให้กับประเทศไทย ประเทศไทยจึงควรมีหนังสือแจ้งรัฐสมาชิกต่างๆ เรื่องการลงสมัครอย่างเป็นทางการไม่เกินวันที่ 1 ตุลาคม 2569
สำหรับประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการเป็นสมาชิกองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ได้แก่ 1.ด้านบทบาทในการกำหนดกติการะหว่างประเทศ 2.ด้านการยกระดับการกำกับดูแลภายในประเทศ 3.ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการบิน 4.ด้านการต่างประเทศและภาพลักษณ์ของประเทศ และ 5.ด้านการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้