“ภราดร” แจงปม กยศ.สะดุดโอนเงินมหาวิทยาลัย เผยงบ 70 เพิ่มเงินสนับสนุนเป็น 9 พันล้านบาท จี้ เร่งทวงหนี้ 2.6 ล้านคน ชี้โจทย์ใหญ่แยกให้ออกใครว่างงาน-ใครมีรายได้ แต่เบี้ยวหนี้ ลั่นเก็บได้ 30-40 % รัฐแทบไม่ต้องเติมเงิน

 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขาดสภาพคล่องจนทำให้นักศึกษาไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ส่งผลให้มหาวิทยาลัยขู่ไม่ให้นักศึกษาเข้าสอบจริงหรือไม่ ว่า เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา (17ก.ย.69) หลังจากที่มีการตอบกระทู้ ตนได้บอกกับนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ว่าจะไปหารือกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หลังจากนั้นได้มีการเสนอกฎหมายตนก็ได้พูดคุยว่ามีปัญหาเรื่อง กยศ.นิดหน่อย ที่ยังไม่สามารถโอนเงินให้กับมหาลัยได้ ในช่วงเดือนแรก เพราะยังมีปัญหาอยู่ ทางมหาลัยจึงขู่ทางนักศึกษาว่าหากยังไม่โอนเงินให้นักศึกษาจะไม่มีสิทธิ์สอบซึ่งหลังจากที่นายยศชนัน ทราบเรื่องได้พูดคุยกับทางอธิการบดีทั่วประเทศแล้ว ซึ่งประเด็นนี้น่าจะไม่มีปัญหา 

ส่วนในเรื่องของเงินงบประมาณในปี 2569 ที่ไม่เพียงพอกับ กยศ.นั้นวันนี้วันที่ 22 กันยายนแล้วอีก 8 วันจะเริ่มปีงบประมาณใหม่ในปีงบประมาณ 2570 ซึ่งทางรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณในส่วนของกองทุน กยศ.เพิ่มขึ้นจากปี 2569 เกือบสองเท่าจาก 5,000 ล้านบาทเป็น 9,000 ล้านบาททั้งที่หน่วยงานอื่นลดลงทั้งหมด จะบอกว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับ กยศ.ถ้าพูดแบบนั้นก็จะเหมือนไม่ให้ความเป็นธรรมกับทางรัฐบาลซึ่งทางรัฐบาลเพิ่มเงิน 9,000 ล้านบาท นี้วันที่ 1 ตุลาคมก็จะสามารถเข้าไปใช้ได้หลังจากที่ประกาศใช้ซึ่งเงินจะเข้าไปหนุนในระบอบบของ กยศ.ต่อไป 

ส่วนปัญหาหลักคือการเบี้ยวหนี้ กยศ.ใช่หรือไม่  นายภราดร กล่าวว่า ปัญหาหลักของกองทุนเพื่อกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้น มีคนที่อยู่ในระบบ กยศ.ถึง 3.6 ล้านคน จากตัวเลขที่น่าตกใจคือมีเพียง 1 ล้านคนเท่านั้นที่เป็นลูกหนี้ดี ก็คือเป็นคนที่ชำระหนี้ตามเวลาส่วนอีก 2.6 ล้านคนเป็นผู้ที่ผิดนัดการชำระหนี้ถือเป็น 60 % ปัญหาใหญ่ที่ กยศ.ไม่สามารถไปดำเนินการกับจำนวนคนที่ไม่สามารถชำระหนี้ตามเวลาได้ ต้องย้ำว่าจำนวน 2.6 ล้านคนนี้ต้องแยกออกเป็น 2 กลุ่มโดยกลุ่มแรก ยังอยู่ในสภาวะว่างงานอยู่ ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเองซึ่งตรงนี้ต้องยกเว้นให้ อย่าไปรีดเลือดกับปู ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มที่มีรายได้แล้วแต่เลือกที่จะไม่ชำระหนี้ให้กับ กยศ.ซึ่งกลุ่มนี้ต้องไปหาให้เจอว่าอยู่ที่ไหนอย่างไร และจะไปเรียกเก็บหนี้ได้อย่างไร กลุ่มคนที่ชำระอยู่ 1 ล้านคนเป็นคนที่อยู่ในระบบซึ่งยังมีกลุ่มที่เป็นข้าราชการบ้าง หรือนักศึกษาที่มีงานทำ อยู่ในบริษัทเอกชน และมีเงื่อนไขที่ตกลงกับบริษัทเอกชนว่าหลังจากเงินเดือนออกแล้ว ให้หักให้กับกองทุน ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติที่ต้องทำอยู่แล้ว กยศ.ยังไม่ได้พิสูจน์ฝีมือเรียกได้ว่าตามน้ำมีการหักเงินคืนตามระบบอยู่แล้ว ดังนั้นความท้าทายของกยศ.คือจำนวนคน 2.6 ล้านคนว่าใครคือผู้ที่มีรายได้แล้ว และพร้อมมีสถานะที่จะชำระเงินให้กับ กยศ.และไปพูดคุยในการเก็บหนี้ให้ได้ 

นายภราดร กล่าวด้วยว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจที่ กยศ.ไม่ทราบว่ามีบุคคลว่างงานและเป็นหนี้ กยศ. อยู่จำนวนเท่าไหร่ รวมถึงไม่มีการระบุสถานะของลูกหนี้ กยศ.ว่าใครอยู่ในสถานะไหนพร้อมชำระหนี้หรือไม่ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของ กยศ.พร้อมกล่าวด้วยว่ากยศ.ยังไม่มีการบริหารจัดการได้ดีเท่าที่ควร เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ที่มีรายได้จะมีเงินหมุนเวียนในบัญชี แต่ยังย้ำว่าโจทย์ใหญ่คือการให้คนจำนวน 2.6 ล้านคน ที่ค้างชำระหนี้ กยศ.มาชำระให้ได้ ไม่จำเป็นต้องได้ทั้งหมดแต่ขอประมาณ 30-40 % ของจำนวนนี้ เพียงแค่หาทางให้กลุ่มคนเหล่านี้มาชำระหนี้ให้ได้รัฐบาลแทบจะไม่ต้องให้เงินสนับสนุนเข้าไปในระบบ กยศ.

นายภราดร ยังกล่าวถึงกรณีการสวมสิทธิ์กู้ กยศ.ว่า เป็นเรื่องของรายละเอียด ที่กยศ. ต้องไปประสานงานกับทางมหาวิทยาลัย และคนรับผิดชอบต้องเป็นคนอนุมัติ คนอนุมัติก็คือมหาลัย ที่ปล่อยให้มีการสวมสิทธิ์


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ข่าวภาครัฐที่น่าสนใจ