วันที่ 20 กันยายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน “คู คลอง น้ำใส เยาวชนร่วมใจ เทิดไท้องค์ราชัน” ครั้งที่ 14 ประจำปี 2569 พร้อมมอบโล่เกียรติยศแก่หน่วยงานผู้สนับสนุน มอบเกียรติบัตรแก่เด็กและเยาวชนดีมีนบุรี และมอบรางวัลแก่ผู้ชนะโครงการสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายเยาวชนรักษ์น้ำ รักษ์คลอง : (สารวัตรคลองจูเนียร์) โดยมี พระศรีวัชรสารบัณฑิต, ผศ. ดร. คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) พระครูอุดมจารุวรรณ, ดร. เจ้าอาวาส วัดบำเพ็ญเหนือ และเจ้าคณะเขตมีนบุรี พระครูถาวรธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดบางเพ็งใต้ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานมูลนิธิคนรักเมืองมีน ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ โฆษกกระทรวง อว. พร้อมด้วยเครือข่ายผู้จัดงาน ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน เข้าร่วม ณ ตลาดน้ำขวัญ–เรียม วัดบำเพ็ญเหนือ และวัดบางเพ็งใต้
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า มีนบุรีเป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำและคลองแสนแสบมาอย่างยาวนาน อีกทั้งเคยเป็นเมืองสำคัญที่มีความโดดเด่นด้านการเกษตรและการประมง จึงควรนำทุนทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศาสนา และทรัพยากรของพื้นที่มาใช้เป็นฐานในการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน โดยกระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนงานวิจัยและองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัย เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำและทางบก สร้างเส้นทางท่องเที่ยวที่ต่อเนื่อง และพัฒนาสินค้าและบริการที่สะท้อนอัตลักษณ์ของมีนบุรี สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า การพัฒนาพื้นที่ควรดำเนินควบคู่ทั้งการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการฟื้นฟูคลองแสนแสบให้สะอาดและมีระบบนิเวศที่ดี สามารถนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการน้ำเสีย การดักขยะและไขมัน ตลอดจนระบบบำบัดและฟื้นฟูคุณภาพน้ำ เพื่อเปลี่ยน “คลอง” ให้เป็น “โอกาส” ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ และเศรษฐกิจ พร้อมเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและกิจกรรมของชุมชนอย่างเป็นระบบ
“สิ่งสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยใช้คลอง ชุมชน และตลาดน้ำเป็นพื้นที่เรียนรู้ ทดลอง และสร้างประสบการณ์จริง หรือ Living Lab ที่บูรณาการวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศาสนาเข้าด้วยกัน เพื่อให้คนในพื้นที่สามารถนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปต่อยอดสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกันคนรุ่นใหม่จะเกิดความรักและความภาคภูมิใจในบ้านเกิด หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง จะสามารถทำให้คลองแสนแสบเป็นทั้งพื้นที่ที่สะอาด มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งท่องเที่ยว และเป็นกลไกสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน”
ด้าน นายวิชาญ กล่าวว่า มูลนิธิคนรักเมืองมีนจัดงานดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์แม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม ลดขยะและมลพิษ รวมถึงสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูคูคลองอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ภายในงาน “คู คลอง น้ำใส เยาวชนร่วมใจ เทิดไท้องค์ราชัน” ครั้งที่ 14 ประจำปี 2569 ประกอบด้วยกิจกรรมการตักบาตรทางน้ำ การปล่อยพันธุ์ปลา การแข่งขันกีฬาทางน้ำ การประกวดวาดภาพ การแสดงของเยาวชนและผู้สูงอายุ และนิทรรศการจากหน่วยงานต่าง ๆ และการบูรณาการกิจกรรมเนื่องในวันประมงแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมของชุมชน
ที่มา :
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม