วันนี้ (วันพุธที่ 9 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม นำ รศ.ดร. ลินคำ ดวงสะหวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อมแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนประเทศไทยและหารือความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันข้ามแดน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและขอบคุณ สปป.ลาว สำหรับความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมกัน รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ การฝึกอบรม และการเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันและรับมือปัญหาหมอกควันข้ามแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
รองนายกรัฐมนตรีย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับ สปป.ลาว ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์และความร่วมมือกันมาอย่างยาวนานในหลายมิติ ทั้งด้านการเกษตร การค้า การลงทุน ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมยินดีที่กระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อมของ สปป.ลาว มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือกับฝ่ายไทย และเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพในการขยายความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกันได้อีกมาก
ในด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ไทยพร้อมสานต่อความร่วมมือกับ สปป.ลาว อย่างใกล้ชิด โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ ได้เดินทางเยือน สปป.ลาว และหารือเกี่ยวกับการจัดการมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางและกำหนดทิศทางความร่วมมือเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ การเยือนประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็นการเยือนไทยครั้งแรกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว ภายหลังการปรับโครงสร้างหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของ สปป.ลาว จึงเป็นอีกโอกาสสำคัญในการกระชับความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษและหมอกควันข้ามแดน การจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลก
สำหรับความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งสองฝ่ายมีบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อมแห่ง สปป.ลาว เป็นกรอบสำคัญในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และการเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากร โดยเฉพาะด้านการจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ตลอดจนการป้องกันและควบคุมไฟป่า
ขณะเดียวกัน ไทยพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) พ.ศ. 2567–2573 โดยให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศ การจัดการภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน การสร้างเครือข่ายเจ้าหน้าที่ป้องกันและควบคุมไฟป่า การติดตามและคาดการณ์สถานการณ์หมอกควัน รวมถึงการพัฒนาช่องทางสื่อสารระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถประสานงานและรับมือสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที
รองนายกรัฐมนตรียังให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลจุดความร้อน สถานการณ์ไฟป่า เทคโนโลยีทันสมัยในการดับไฟป่า และคุณภาพอากาศระหว่างกันอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการรับมือปัญหาหมอกควันข้ามแดน พร้อมสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายสานต่อการประสานงานและพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแจ้งเตือนและเข้าดำเนินการในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ ไทยพร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อสนับสนุนการป้องกันและควบคุมไฟป่า โดยเฉพาะการเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่าและพื้นที่ภูเขาที่เข้าถึงได้ยาก ตลอดจนสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลรักษาป่า เพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่ประชาชน ลดการพึ่งพาการเผา และส่งเสริมการอยู่ร่วมกับป่าอย่างสมดุลและยั่งยืน
ฝ่ายไทยยังเสนอให้ส่งเสริมการใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์เข้ามามีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 จากภาคการเกษตรและภาคการขนส่ง ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานชีวมวลและการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์ เพื่อลดการเผาในที่โล่งและลดแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก
ในตอนท้าย รองนายกรัฐมนตรียืนยันความพร้อมของไทยในการทำงานร่วมกับ สปป.ลาว อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และมลพิษข้ามแดน โดยหวังว่าการหารือครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายไปสู่การปฏิบัติและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพอากาศ ตลอดจนสร้างประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน และในโอกาสนี้ ทาง สปป.ลาว ได้กล่าวขอบคุณที่ไทยให้ความร่วมมือและการสนับสนุนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดีตลอดมา และพร้อมที่จะร่วมมือผลักดันความร่วมมือด้านทรัพยากรสิ่งแวดล้อมกับไทยให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างเต็มที่ต่อไป
ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/168688