"ศุภมาส" ลงพื้นที่อุดรฯ เดินหน้าคุ้มครองผู้บริโภค คุมเข้มธุรกิจเสริมความงาม ย้ำ “สัญญาชัด-บริการปลอดภัย-ธุรกิจได้มาตรฐาน”

 

วานที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาอุดรธานี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี สำนักงานจังหวัดอุดรธานี เทศบาลนครอุดรธานี และสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการ มาตรฐานการให้บริการ ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ ตลอดจนสัญญาการให้บริการของสถานประกอบธุรกิจให้บริการเสริมความงาม เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจเสริมความงามและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมุ่งลดความเสี่ยงก่อนเกิดความเสียหาย และสร้างกติกาที่ชัดเจนสำหรับทั้งประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจ การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลางและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบทั้งความถูกต้องตามกฎหมาย ความปลอดภัย และความเป็นธรรมของสัญญา ให้ประชาชนทราบรายละเอียดบริการ ค่าใช้จ่าย และสิทธิของตนก่อนชำระเงิน ขณะเดียวกัน ยังเป็นการสร้างมาตรฐานให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติถูกต้อง

สำหรับอำนาจหน้าที่ของ สคบ. ได้กำกับดูแลสัญญาตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการเสริมความงามเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2569 โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำและส่งมอบสัญญาให้แก่ผู้รับบริการ พร้อมระบุรายละเอียดบริการ ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขสำคัญอย่างชัดเจน

สัญญามาตรฐานดังกล่าวรับรองสิทธิให้ผู้บริโภคที่ยังไม่ได้ใช้บริการสามารถบอกเลิกสัญญาภายใน 7 วันนับจากวันที่ชำระเงิน และได้รับเงินคืนเต็มจำนวน รวมถึงสิทธิรับเงินคืนตามสัดส่วนในกรณีที่สถานประกอบการปิดกิจการ ย้ายสถานที่ ไม่สามารถให้บริการตามสัญญา หรือมีหลักฐานทางการแพทย์ว่าการใช้บริการต่อไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สำหรับการคืนเงินสด เงินโอน หรือเช็ค ต้องดำเนินการภายใน 15 วัน ส่วนการคืนเงินผ่านบัตรเครดิตต้องดำเนินการภายใน 45 วันนับแต่วันที่บอกเลิกสัญญา นอกจากนี้ สคบ. ยังได้ประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดแสดงสำเนาประกาศและแบบสัญญามาตรฐานในจุดที่ประชาชนมองเห็นได้ชัดเจน เพื่อให้ตรวจสอบสิทธิก่อนตัดสินใจใช้บริการ

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บสัญญาการให้บริการจากสถานประกอบการไปตรวจสอบรายละเอียด และจะเชิญผู้ประกอบธุรกิจมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบข้อสัญญาที่ไม่เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา สคบ. จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีไม่จัดทำหรือไม่ส่งมอบสัญญาที่มีข้อความและรูปแบบถูกต้องตามประกาศ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้บริโภคได้รับความเสียหาย สคบ. จะรวบรวมหลักฐานเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาดำเนินคดีแทนตามขั้นตอนของกฎหมาย

นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจะเดินหน้าบูรณาการการทำงานระหว่าง สคบ. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แพทยสภา ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตำรวจ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายคือสร้างระบบบริการที่ปลอดภัย เป็นธรรม และสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีมาตรฐานเติบโตจากความเชื่อมั่นของประชาชน

ประชาชนที่ต้องการใช้บริการเสริมความงามควรตรวจสอบใบอนุญาตของสถานประกอบการ ตรวจสอบเลขที่ใบจดแจ้งหรือทะเบียนตามประเภทผลิตภัณฑ์ อ่านรายละเอียดสัญญาและค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน และเก็บสัญญากับหลักฐานการชำระเงินทุกครั้ง ไม่ควรตัดสินใจจากโฆษณาราคาถูกผิดปกติหรือคำโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว

หากไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถติดต่อสายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar