วันนี้ (27 สิงหาคม 2569) ณ สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ภายหลังตรวจเยี่ยมการฝึกและสาธิตการจัดตั้งศูนย์บัญชาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กองทัพเรือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การเดินทางมาเพื่อตรวจเยี่ยมการฝึกและสาธิตการจัดตั้งศูนย์บัญชาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยของกองทัพเรือ พร้อมกล่าวถึงความพร้อมของกองทัพเรือว่า การเดินทางมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จะเดินทางไปยังเหล่าทัพต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน และสนับสนุนภารกิจด้านการป้องกันอธิปไตยของประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กองทัพเรือมีความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์ แต่ยังมีบางส่วนที่จำเป็นต้องจัดหาเพิ่มเติมเพื่อเสริมและทดแทนยุทโธปกรณ์ที่หมดความสามารถหรือถูกปลดระวาง เนื่องจากอาวุธบางประเภทมีอายุการใช้งานและไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้แล้ว จึงจำเป็นต้องหารือร่วมกันระหว่างรัฐบาลและผู้บัญชาการเหล่าทัพถึงแนวทางจัดหายุทโธปกรณ์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กองทัพ
“ในด้านยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ของกองทัพเรือ เรามีความพร้อม แต่ยังมีบางส่วนที่จะต้องมีการจัดหาเพิ่มเพื่อมาเสริมทดแทนส่วนที่หมดความสามารถ เนื่องจากอาวุธบางประเภทมีการปลดระวางไปแล้ว ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันมีความอ่อนไหวในเรื่องความมั่นคงและอธิปไตย นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการเหล่าทัพจึงต้องหารือร่วมกันถึงแนวทางการจัดหาสิ่งที่จะมาเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพ” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายอนุทินกล่าวชื่นชมศักยภาพของกองทัพเรือไทยว่า “ไม่เป็นรองใคร” โดยเป็นผลจากรากฐานอันแข็งแกร่งที่พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ “เสด็จเตี่ย” ทรงวางไว้ พร้อมระบุว่า ฐานทัพเรือมีความเข้มแข็งและเหมาะสมกับภูมิประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกองทัพเรือได้ขยายขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจเพื่อประชาชน ไม่ได้จำกัดเฉพาะภารกิจการรบทางน้ำ แต่ยังครอบคลุมการปฏิบัติการทางบก การช่วยเหลือประชาชน และการบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนการป้องกันอธิปไตยของชาติ รัฐบาลจึงต้องสนับสนุนให้ทุกเหล่าทัพมีความพร้อมและเข้มแข็ง รวมถึงมีแผนทดแทนยุทโธปกรณ์ที่จะทยอยปลดระวาง เพื่อรักษาความพร้อมและศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจ
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณีลงพื้นที่บริเวณช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจทหารแนวหน้าและติดตามภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยยืนยันจุดยืนว่ารัฐบาลจะดำเนินการตาม Joint Statement “ใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงจุดนั้น ถ้าเขาทำตาม Joint Statement ด้วย ก็จะได้นำไปสู่การหารือ แต่ถ้าเขาไม่ทำ ก็ไม่รู้จะหารืออย่างไร”