รัฐบาลเอาจริง! "อนุทิน" นำทีมแถลงกวาดล้างอาชญากรรมรูปแบบใหม่ ชู 3 มาตรการเข้มสกัด "สวมสิทธิ์-ทุนนอมินี-ยาเสพติด" ย้ำยึดหลัก "ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" จัดหนักสแกมเมอร์-มาเฟีย-ปืนเถื่อน ฟฟันเด็ดขาดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง พร้อมเร่งยึดทรัพย์เฉลี่ยคืนผู้เสียหาย

วันนี้ (25 ส.ค. 69) เวลา 13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว "การปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ โดยพนักงานฝ่ายปกครองร่วมกับภาคีเครือข่าย" โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ

.

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เป็นการแถลงข่าวรายงานภาพรวมความสำเร็จและความคืบหน้าของการปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันทั้งเรื่องสแกมเมอร์ การสวมสิทธิ์ทางทะเบียน ทุนนอมินี ธุรกิจผิดกฎหมาย อาวุธปืน ยาเสพติด และการฟอกเงิน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เห็นว่ารัฐบาลได้ประกาศตัวเป็นศัตรูอย่างชัดเจนกับการกระทำอันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างเข้มข้น ซึ่งแนวทางของรัฐบาลคือการบริหารจัดการที่ไม่แยกส่วนกัน ร่วมกันทำงาน และต้องเชื่อมข้อมูล เชื่อมกำลัง และทำงานร่วมกันให้รวดเร็วกว่ากลุ่มอาชญากรเหล่านี้

.

"ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ติดตามและให้ข้อสั่งการกับทุกหน่วยงาน ให้ร่วมกันทำงาน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ตำรวจ DSI ป.ป.ช. อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งเน้นไปที่ 3 เรื่องสำคัญ 1) "การอุดช่องโหว่ของระบบทะเบียน" ไม่ให้มีการซื้อขายชาติสวมสิทธิ์โดยใช้คนไทยเป็นเครื่องมือของกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการขยายผลไปถึงเส้นทางการเงินและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง 2) "เรื่องการจัดระเบียบธุรกิจและปราบปรามทุนนอมินี" โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งเราต้องทำ 2 ด้านพร้อมกันคือ จัดการผู้ที่จงใจฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาด และแก้ปัญหาการอนุญาตที่ล่าช้า เพื่อให้คนที่ต้องการทำธุรกิจในด้านนี้ได้ดำเนินการได้อย่างถูกต้อง สะดวก มีความโปร่งใส และมีความรวดเร็ว

และ 3) "เรื่องของการจัดการอาวุธปืนผิดกฎหมายและยาเสพติด" ตั้งแต่ต้นทางของการออกใบอนุญาต การตรวจสอบร้านค้าและสนามยิงปืน ไปจนถึงการตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่เพื่อสกัดอาวุธและยาเสพติดก่อนจะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน" นายอนุทิน กล่าว

.

ผลการทำงานในแต่ละด้านมีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ทั้งการยึดและอายัดทรัพย์สิน การจับกุมผู้กระทำผิด การยึดคืนที่ดินของรัฐ และการตรวจยึดอาวุธปืนกับยาเสพติด สิ่งที่ตนให้ความสำคัญมากนอกจากประสิทธิภาพในการปราบปราม คือ ถ้าเราพบเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้อง เราจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่มีการให้ความช่วยเหลือหรือมีข้อยกเว้น เพราะคนที่มีหน้าที่รักษากฎหมายจะเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเสียเองไม่ได้ ขอให้ทุกหน่วยงาน ได้ยึดหลัก "ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" ซึ่งตนได้มอบไว้ให้เป็นแนวทางในการดำเนินการปราบปรามธุรกิจอาชญากรรมที่ผิดกฎหมายเหล่านี้มาโดยตลอด ไม่ว่าผู้กระทำผิดนั้นจะเป็นใคร มีความยิ่งใหญ่ มีบทบาท มีอิทธิพลขนาดไหน ให้ดูที่พฤติการณ์และพยานหลักฐาน พร้อมใช้เทคโนโลยีและข้อมูลต่างๆ ทั้งหลายที่มีเพื่อป้องกันให้การตรวจจับเกิดผลเร็ว การขยายผลให้ถึงต้นตอ และการดำเนินคดีให้รวดเร็ว แล้วก็ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

.

นายอนุทิน กล่าวต่อไปอีกว่า เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงจับกุมให้ได้มากขึ้น แต่คือไม่ให้ระบบของรัฐถูกใช้เป็นช่องทางของอาชญากรรม ให้คนสุจริตได้ทำมาหากินได้อย่างเป็นธรรม และให้พี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในโอกาสนี้ผมขอขอบคุณทุกหน่วยงาน รวมถึงพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนที่ช่วยแจ้งเบาะแสและเฝ้าระวัง รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องจริงจังและโปร่งใส เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศต่อไป

.

"ขอชื่นชมและขอขอบคุณเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ อาสาสมัครทุกคน ที่ได้ให้ความร่วมมือตอบสนองนโยบายในการปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้เราสามารถดำเนินคดีกับบุคคลที่เราไม่พึงประสงค์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ มีผลงานความสำเร็จออกมาชัดเจนเป็นรูปธรรม และขอให้คำยืนยันว่าเราจะดำเนินการต่อไป

เราเอาจริงเอาจังทั้งเรื่องของการดำเนินคดี การติดตามขยายผลไปจนถึงสุดทางการยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ ยึดเงินสด ยึดทรัพย์สิน แล้วเราก็จะเร่งดำเนินการในส่วนที่เป็นทรัพย์สินเพื่อนำไปขายทอดตลาด นำรายได้ที่เกิดจากความเสียหายเหล่านี้มาเฉลี่ยคืนให้กับผู้ที่ถูกหลอกลวง ไม่ใช่เอาเข้ามาเป็นของรัฐอย่างเดียว แต่ต้องไปเฉลี่ยคืนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ผู้เสียหายจากการกระทำมิชอบเหล่านี้ แล้วถ้าเหลือเท่าไหร่ถึงจะเป็นรายได้ของรัฐ เพราะฉะนั้นขอให้พี่น้องประชาชนทั้งหลายได้มีความมั่นใจในเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของรัฐบาลและผู้ปฏิบัติการทุกคน" นายอนุทิน กล่าวเน้นย้ำ

.

นายอนุทิน กล่าวในช่วงท้ายว่า ขอยืนยันว่าแนวทางการทำงานแบบพิจารณาที่พฤติการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนซึ่งเป็นทั้งผู้ "พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล" กรอบการทำงานนี้คิดว่าได้รับการซึมซับเข้าไปยังผู้ปฏิบัติงานทุกคน ทุกคนมีขวัญและกำลังใจ มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ และไม่มีความเกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ เพราะว่านโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากหัวหน้ารัฐบาลไปยังผู้ปฏิบัติ หัวหน้าส่วนราชการทุกคนมีความชัดเจนและมีความมั่นคงแน่วแน่ ทีมงานทุกคน จะทำหน้าที่ทุกวิถีทางเพื่อจะนำความสงบสุขของสังคมและบ้านเมืองมาให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศไทย ออย่างไม่มีวันท้อถอยอย่างแน่นอน

.

กองสารนิเทศ สป.มท.

ครั้งที่ 1,005/2569

วันที่ 25 ส.ค. 69


image รูปภาพ
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ข่าวภาครัฐที่น่าสนใจ