นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังเสนอ วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 จำนวน 13.19 ล้านคน ทำการยืนยันยัน เข้าร่วมโครงการฯ ปี 2569 ทุกราย ผ่าน 5 ช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด และดำเนินการสำรวจ และรับลงทะเบียนผู้ไม่มีบัตรฯ ที่เป็นกลุ่มตกหล่นตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกระทรวงมหาดไทย (กรมการพัฒนาชุมชน) และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO - LOGBOOK) ของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์ รวมจำนวนประมาณ 1,044,785 คน โดยมอบหมายให้ กรมการปกครอง กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจกลุ่มตกหล่นที่ยังไม่ สามารถเข้าถึงโครงการฯ และรับลงทะเบียนผ่าน "ระบบตรวจสอบข้อมูลตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ" ของกรมการปกครอง ภายในระหว่างวันที่ 4-21 มิถุนายน 2569 จากนั้นกรมการปกครองจึงนำส่งนำส่งข้อมูล ผู้ลงทะเบียนให้สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป
วันที่ 3 มิถุนายน 2569 อธิบดีกรมการปกครองได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด สั่งการให้ทุกจังหวัดบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เร่งดำเนินการสำรวจและติดตามกลุ่มเป้าหมาย ระหว่างวันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 ผ่าน “ระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ” เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
กรมการปกครองยังได้สั่งการให้ที่ทำการปกครองอำเภอทั่วประเทศจัดตั้ง ศูนย์บริการร่วม (One Stop Service : OSS) เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้คำปรึกษา ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันตัวตนของประชาชน
สำหรับประชาชนที่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2565 สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการใหม่ได้ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่
* แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
* แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
* เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ
* เครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทย
* สาขาธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
กรณีประชาชนกลุ่มตกหล่น ไม่มีบัตรฯ ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิของรัฐได้อีกประมาณ 1,044,785 คน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ลงพื้นที่เชิงรุกสำรวจผู้มีสิทธิจากฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินการเร่งสำรวจและรับลงทะเบียน ในระหว่างวันที่ 4-10 มิถุนายน 2569
นอกจากนี้ ให้คณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) หรือ คณะกรรมการชุมชน จัดเวทีประชาคมหมู่บ้านและชุมชน เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อมูลให้ครอบคลุมและโปร่งใส รวมทั้งเปิดโอกาสให้ชุมชนช่วยกันค้นหาผู้ที่สมควรได้รับสิทธิแต่ยังไม่ได้รับการบันทึกข้อมูลในระบบ เพื่อให้ไม่มีประชาชนผู้เดือดร้อนถูกทอดทิ้งหรือหลุดจากการช่วยเหลือของภาครัฐ ระหว่างวันที่ 4-17 มิถุนายน 2569 ให้ได้รับการลงทะเบียนทุกราย
ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการสอบทานตามบัญชีรายชื่อครบถ้วนแล้วให้เร่งยืนยันและส่งข้อมูล ภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 23.59 น. เพื่อกรมการปกครองจะได้นำส่งให้กระทรวงการคลังดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป
อธิบดีกรมการปกครอง ได้กำชับทุกจังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ หรือหลอกลวงเกี่ยวกับการลงทะเบียนและการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น
“เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และได้รับการดูแลตามความจำเป็นอย่างแท้จริง” อธิบดีกรมการปกครอง กล่าว