ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ครม. อนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” เพื่อช่วยประชาชนและผู้ประกอบการรายเล็กรับมือกับวิกฤตค่าครองชีพที่กำลังส่งผลกระทบเป็นระลอก จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น สู่ต้นทุนสินค้าและบริการที่แพงขึ้น และอาจลุกลามไปสู่ภาวะกำลังซื้อหดตัว หากไม่เร่งดูแลอย่างทันท่วงที
รองนายกฯ ได้ร่วมแถลงข่าวกับนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 โดยกล่าวว่าโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อ ประคับประคองประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ทั้งกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประชาชนทั่วไปผ่านโครงการ 60/40 ที่รัฐช่วยจ่าย 60% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยร้านค้ารายเล็กรายน้อยทั่วประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตต้นทุนที่สูงขึ้น ช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจเดินต่อได้ พร้อมเรียนรู้การค้าขายด้วยระบบดิจิทัลและ AI
รองนายกฯ กล่าวอีกว่าวิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คือวิกฤตต้นทุนและค่าครองชีพ ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อหดหาย และอาจนำไปสู่การปิดตัวของธุรกิจรายเล็กที่ไม่มีสายป่านยาวพอและส่งผลต่อการจ้างงาน ทั้งหมดนี้จะกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของคนไทยจำนวนมาก เราจึงต้องร่วมกันประคองกำลังซื้อ ลดภาระค่าครองชีพ และช่วยให้ประชาชน ร้านค้า และ SMEs ฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน