(17 เม.ย. 69) กระทรวงสาธารณสุข ส่งทีมแพทย์และบุคลากร 2 ทีม รวม 30 คน ไปราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
เพื่อดูแลสุขภาพชาวไทยมุสลิมกว่า 7 พันคน ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ประจำปี 2569 โดยทีมชุดแรก 17 คน ที่ออกเดินทางวันนี้ จะปฏิบัติงานถึง 12 มิถุนายน 2569 ส่วนชุดที่ 2 จะเดินทางไปปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 2 พฤษภาคม - 27 มิถุนายน 2569 หลังผู้แสวงบุญเดินทางกลับจะติดตามสุขภาพอีก 14 วัน เพื่อความปลอดภัย
ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมาให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สำนักงานแพทย์เพื่อกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยที่จะเดินทางไปดูแลสุขภาพชาวไทยมุสลิมที่ไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ประจำปี 2569 ซึ่งปีนี้มีชาวไทยมุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีจำนวน 7,037 คน ระหว่างวันที่ 18 เมษายน - 23 พฤษภาคม 2569 และจะเดินทางกลับช่วงวันที่ 1 มิถุนายน - 26 มิถุนายน 2569 โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมให้กับผู้แสวงบุญทุกคนตั้งแต่ก่อนเดินทางแล้ว ทั้งคัดกรองความเสี่ยง ให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพ รวมถึงฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นและโรคไข้หวัดใหญ่
นายแพทย์ศักดา กล่าวต่อว่า ในช่วงประกอบพิธีฮัจย์ ได้จัดทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ให้การดูแลสุขภาพจำนวน 2 ชุด รวม 30 คน โดยชุดแรกที่ออกเดินทางวันนี้มี 17 คน ประกอบด้วย แพทย์ 4 คน เภสัชกร 2 คน พยาบาล 9 คน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 2 คน โดยมี นายแพทย์ซุลกิฟลี ยูโซะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสำนักงานแพทย์เพื่อกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าชุด จะปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 17 เมษายน - 12 มิถุนายน 2569 ส่วนชุดที่ 2 จะปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 2 พฤษภาคม - 27 มิถุนายน 2569 ประกอบด้วย แพทย์ 4 คน เภสัชกร 1 คน พยาบาล 7 คน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 1 คน รวม 13 คน โดยมี นายแพทย์รุซตา สาและ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปัตตานี ปฏิบัติหน้าที่ที่ปรึกษาสำนักงานแพทย์เพื่อกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติงาน
นอกจากทีมแพทย์จะให้บริการที่สำนักงานแพทย์ 2 แห่ง คือ นครเมกกะและเมืองมะดีนะห์ ยังมีทีมปฏิบัติงานภาคสนามให้บริการดูแลสุขภาพ ติดตามเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง ที่ตำบลมีนา ทุ่งอารอฟะห์และมุสดาลีฟะห์ด้วย โดยหลังผู้แสวงบุญเดินทางกลับถึงประเทศไทย หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่จะมีการติดตามเฝ้าระวังสุขภาพ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS-CoV) และโรคติดเชื้ออื่นๆ เป็นเวลา 14 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้แสวงบุญทุกคนจะมีความปลอดภัย