(30 มี.ค. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในภาพรวมของประเทศยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งหลายจังหวัดมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ
รองโฆษกฯ กล่าวว่า ภาคเหนือพบค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดงหลายจังหวัด อาทิ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน น่าน แพร่ พะเยา และตาก ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่อยู่ในระดับสีส้ม และมีบางพื้นที่อยู่ในระดับสีแดง เช่น จังหวัดนครพนม สะท้อนสถานการณ์ฝุ่นที่ยังน่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ข้อมูลจุดความร้อนในประเทศ ณ วันที่ 28 มีนาคม 2569 พบสูงถึง 4,291 จุด โดยกว่าร้อยละ 85 อยู่ในพื้นที่ป่า และยังได้รับผลกระทบจากจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมาและ สปป.ลาว ประกอบกับทิศทางลมที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย ส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่นมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น อีกทั้งคาดว่าในช่วง 5–7 วันข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนอาจมีฝนทิ้งช่วง ทำให้ความเสี่ยงการเกิดไฟป่าและการลุกลามเพิ่มสูงขึ้น
รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการกำลังเร่งตรวจหาและดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเทคโนโลยี เช่น อากาศยานและโดรน มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยง รวมถึงเร่งรณรงค์เชิงรุกในชุมชน เพื่อลดพฤติกรรมการเผา และแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast อย่างต่อเนื่อง
ในระดับระหว่างประเทศ กรมควบคุมมลพิษได้ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านกลไกความร่วมมือในภูมิภาคแม่โขง และช่องทาง “Hotline Clear Sky” เพื่อเร่งลดจุดความร้อนและบรรเทาผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน
รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิดอย่างเคร่งครัด และดูแลสุขภาพตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศได้ผ่านเว็บไซต์ Air4Thai หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai