เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 69 เวลา 15.30 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ ดร.ทรงสิน ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และคณะ พร้อมร่วมหารือการขยาย “โมเดลสงขลาไมซ์ซิตี้ (Songkhla MICE City Model)” สู่การพัฒนาเชิงพื้นที่และนโยบายระดับประเทศ โดยมี นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ อธิการวิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง น.ส.ดารา รักษาชาติ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผน สถาบันดำรงราชานุภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือ ณ ห้องประชุม War Room ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญและมีนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจจากธุรกิจด้านการจัดประชุม การแสดงสินค้า นิทรรศการ และการเดินทางขององค์กร/หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระจายรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญในการพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรากฐานสำคัญของการเป็น "ไมซ์ซิตี้" ผ่านยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจให้เติบโตอย่างสมดุลควบคู่การเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันด้วยการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายอย่างยั่งยืน ทั้งจากภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม
“จังหวัดสงขลาถือเป็นไมซ์ซิตี้ที่มีความโดดเด่นทั้งในระดับประเทศและระดับสากล โดยเฉพาะการเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) มีสถานที่จัดงานที่ได้มาตรฐานครบวงจรและมีความพร้อมในฐานะผู้นำระดับภูมิภาค กระทรวงมหาดไทยจึงพร้อมให้การสนับสนุนและร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วนเพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จนี้มาเป็น "โมเดลสงขลาไมซ์ซิตี้" เพื่อเป็นต้นแบบในการยกระดับเมืองอื่น ๆ รวมถึงการเตรียมความพร้อมของท้องถิ่นให้มีมาตรฐานความปลอดภัยสากล และการผลักดันสินค้าชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในงานประชุมและนิทรรศการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจฐานราก” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยเชื่อมั่นว่าการขยายผล "โมเดลสงขลาไมซ์ซิตี้" ไปสู่การพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมผ่านการร่วมมือกันในครั้งนี้ จะสามารถประยุกต์เป็นหลักสูตรสำคัญสำหรับผู้บริหารและผู้นำในพื้นที่เพื่อนำความสำเร็จไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน และหากสามารถนำความสำเร็จเหล่านั้นมาต่อยอดเข้ากับภารกิจของส่วนราชการจนเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ จะช่วยกระตุ้นการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในระดับมหภาค พร้อมทั้งสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชนในพื้นที่ผ่านการยกระดับสินค้า OTOP Premium และร่วมกันผลักดันให้เกิดการพัฒนาในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป
สำหรับแนวทางการขยาย “โมเดลสงขลาไมซ์ชิตี้” สู่การพัฒนาเชิงพื้นที่และนโยบายระดับประเทศ ระหว่าง สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา และกระทรวงมหาดไทย จะดำเนินการด้านต่าง ๆ อาทิ การจัดทำ “คู่มือพัฒนาเมืองยั่งยืนมาตรฐานโลก (MICE City Playbook)” เพื่อเป็นแนวนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้นำในพื้นที่ นำไปปรับใช้ในการยกระดับเมืองรองและเมืองชายแดนให้ก้าวสู่เวทีโลก การพัฒนาหลักสูตร “การบริหารจัดการเมืองสู่มาตรฐานความยั่งยืนสากล” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของระบบพัฒนาสมรรถนะผู้บริหาร รวมทั้งการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารระดับกลางและเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการในสำนักงานจังหวัดทั่วประเทศ โดยใช้ความสำเร็จของสงขลาเป็นต้นแบบ เพื่อยกระดับนักปกครองให้เป็นนักพัฒนาเมืองระดับโลก และสร้างเครื่องมือดึงดูดการลงทุนและการจ้างงานสู่ท้องถิ่น รวมถึงการบูรณาการฐานข้อมูล OTOP และวิสาหกิจชุมชน เข้ากับแพลตฟอร์มไมซ์ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนสินค้าชุมชนให้เป็น “Premium MICE Products” สร้างรายได้ที่สะท้อนกลับไปยังดัชนีชี้วัดความยากจนได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนแนวทางการกำหนดมาตรฐานสถานที่จัดงานในระดับท้องถิ่น (Local Venue Standard) ให้สอดรับกับความปลอดภัยสากล เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทุกจังหวัด สามารถเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญระดับประเทศหรือระดับสากลได้ ลดกระจุกตัว ของความเจริญ และสร้างความปลอดภัยที่ยั่งยืนให้กับประชาชน พลิกโฉมประเทศด้วยพลังไมซ์ สู่ความสำเร็จเชิงประจักษ์ และผลกระทบที่ยั่งยืน
ด้าน ดร.ทรงสิน ธีระกุลพิศุทธิ์ กล่าวว่า สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา ภายใต้การกำกับดูแลของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ดำเนินการขับเคลื่อน "โมเดลสงขลาไมซ์ซิตี้ (Songkhla MICE City Model)” ร่วมกับจังหวัดสงขลา เพื่อยกระดับจังหวัดสงขลาสู่การเป็นศูนย์กลางการจัดงานระดับประเทศและนานาชาติ โดยใช้โมเดลนำร่องในการผสานอัตลักษณ์ของเมืองเข้ากับอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable MICE) ที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) และการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจไตรภาค (IMT-GT) ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นทำให้สงขลาได้รับการยอมรับในระดับสากล การันตีจากผลประเมิน GDS-Index ปี 2023 ที่คว้าอันดับ 2 ของอาเซียนและอันดับ 23 ของโลก อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 5 ผลงานโดดเด่นจากรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 และผ่านการจัดงานใหญ่ระดับนานาชาติ