วันนี้ (19 มีนาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณสมาชิกผู้แทนราษฎรที่ได้เสนอชื่อให้ได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
“ขอยืนยันว่า ไม่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคใดจะลงคะแนนสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ในหัวใจของผม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านคือ ผู้แทนของปวงชนชาวไทย เสียงของทุกท่านดังเท่าเทียมกัน และผมพร้อมน้อมรับคำแนะนำ คำวิพากษ์วิจารณ์ และข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อนำไปปฏิบัติ หากได้รับโอกาสทำหน้าที่บริหารประเทศในฐานะหัวหน้ารัฐบาล”
นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนสมาชิกรัฐสภาว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำงานอย่างสุดกำลังความสามารถร่วมกับผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกคนเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขสูงสุดต่อประเทศไทย และต่อพี่น้องประชาชน และจะน้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระราชทานในคราวเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมาว่า ขอให้ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใด ๆ ที่จะมีขึ้นในสภาแห่งนี้จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ และสำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง
“ตั้งแต่ได้พบกันในสภาแห่งนี้ ถือว่าสมาชิกทุกท่านเป็นมิตรและเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเป้าหมายร่วมกัน คือประโยชน์ของประเทศและประชาชน ดังนั้น หากได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผมและรัฐบาลจะให้การสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติร่วมกับรัฐสภาแห่งนี้อย่างเต็มที่ ด้วยความเคารพต่อการตัดสินใจของผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกท่าน และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นประการใด ขอน้อมรับการตัดสินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน”
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังขอบคุณทุกเสียงที่มอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา รวมทั้งขอบคุณข้าราชการและพี่น้องประชาชนที่ทำให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ ถึงแม้ว่าจะมีเสียงข้างน้อยเป็นครั้งแรกในรัฐสภา แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนประเทศให้บรรลุเป้าหมายในหลายด้าน และถึงแม้ว่าในขณะนี้ยังมีปัญหาที่จะต้องแก้ไขกันต่อไป มั่นใจว่าด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย รัฐบาลจะทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดและแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด ด้วยประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป