กรมทางหลวงชนบท เตรียมแผนรับมือภัยแล้ง แจกจ่ายน้ำให้แก่ผู้ประสบภัยที่มีบ้านเรือนอยู่บนโครงข่ายถนนในความรับผิดชอบ พร้อมกำชับหน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบถนนที่มีความเสี่ยงต่อการทรุดตัว เพื่อวางแผนแก้ไขและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยสำนักบำรุงทาง ได้เตรียมแผนรับมือฤดูแล้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยได้สั่งการหน่วยงานในสังกัด ทช. ทุกพื้นที่ เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง    และประสานข้อมูลกับจังหวัดหากพื้นที่ใดต้องการความช่วยเหลือ ทช. พร้อมสนับสนุนรถบรรทุกน้ำและเจ้าหน้าที่ เพื่อแจกจ่ายน้ำแก่ประชาชนที่ประสบภัยทันที รวมทั้งได้กำชับให้ทุกหน่วยงานติดป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณหน้าสำนักงานและรถบรรทุกน้ำเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่ออกสำรวจและตรวจสอบโครงข่ายถนนในความรับผิดชอบที่มีความเสี่ยงต่อการทรุดตัว ถนนเลียบคันคลอง ถนน   ที่เชื่อมต่อกับทางน้ำในพื้นที่ที่อาจจะเกิดการทรุดตัวเนื่องจากระดับน้ำลดลงต่ำกว่าปกติ และให้เตรียมพร้อมรับมือพื้นที่เสี่ยงต่อการทรุดตัว เพื่อความสะดวกปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน โดยแบ่งการรับมือออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ ให้ทุกหน่วยงานในสังกัด จัดชุดลาดตระเวนสำรวจตรวจสอบถนนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการทรุดตัว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำอาจทำให้ถนนเกิดการทรุดตัวและพังทลายอย่างฉับพลัน รวมถึงควบคุม ป้องกันรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนดในการใช้เส้นทางที่มีความเสี่ยงต่อการทรุดตัว เนื่องจากรถบรรทุกน้ำหนักเกินมีผลกระทบต่อโครงสร้างทาง ส่งผลให้ถนน/สะพานเกิดการชำรุดเสียหาย และมีอายุการใช้งานสั้นกว่าที่กำหนด ระหว่างเกิดเหตุการณ์ เมื่อถนนเลียบคันคลองชลประทานในความรับผิดชอบ   เกิดการทรุดตัว จะต้องรายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบและติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จนกว่าจะดำเนินการปรับปรุงให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้อย่างสะดวกปลอดภัย พร้อมติดตั้งป้ายเตือน/ป้ายห้ามรถบรรทุกทุกชนิดผ่าน ติดตั้งสัญญาณไฟเตือนในเวลากลางคืน ทั้งนี้ การติดตั้งป้ายเตือนจะต้องวางครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย และตำแหน่งของการวางจะต้องให้ผู้ใช้เส้นทางสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีระยะการมองเห็นปลอดภัย จากนั้นให้เร่งนำเครื่องจักรเข้าดำเนินการแก้ไขเบื้องต้นเพื่อควบคุมความเสียหายให้อยู่ในวงจำกัด ไม่ให้ลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ และหลังเกิดเหตุการณ์ หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดความเสียหายอย่างละเอียดและประเมินความเสียหาย หาวิธีการแก้ไขอย่างถูกต้อง เหมาะสมกับลักษณะความเสียหายที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นจะสำรวจ ออกแบบ ประมาณราคา เพื่อจัดทำแผนของบประมาณฟื้นฟู ซึ่งเมื่อได้รับการสนับสนุนงบประมาณดังกล่าวแล้วจะซ่อมแซมหรือฟื้นฟูถนนที่ได้รับความเสียหายให้กลับคืนสู่สภาพเดิมหรือดีขึ้นกว่าเดิม เป็นการยกระดับประสิทธิภาพในการเดินทางให้ประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป

                   อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีการแตกร้าวตามไหล่ทาง ซึ่งมีความเสี่ยงที่ถนนอาจจะทรุดตัวได้ หรือมีรถบรรทุกน้ำหนักเกินสัญจรบนสายทาง สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน ทช. โทร. 1146 และหากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ เพื่อ ทช. จะได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป

ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/162041


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ข่าวภาครัฐที่น่าสนใจ