วันนี้ (4 ก.พ.69) กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภช.) สั่งการทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เข้มงวดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัยในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 15 – 17 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อสร้างความปลอดภัยและลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะมีการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ โดยการจุดธูปเทียนบูชาเซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง ตลอดจนจุดปะทัดตามศาลเจ้าและบ้านเรือน บางพื้นที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองจุดพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัย นอกจากนี้ ช่วงดังกล่าว ชาวไทยเชื้อสายจีนมักเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ทำให้มีปริมาณรถสัญจรเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาว ลมแรง อากาศแห้ง เสี่ยงต่อเกิดอัคคีภัย
รัฐบาลห่วงใยในความปลอดภัยของประชาชน จึงสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมป้องกัน เฝ้าระวังสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยให้สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย และซักซ้อมการปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้ปฏิบัติงานได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคาร เส้นทางสัญจร และสถานที่ที่จัดงานเทศกาลตรุษจีน ทั้งบนบกและริมตลิ่งให้มีความมั่นคงแข็งแรง ทั้งโป๊ะ ท่าเทียบเรือ และเรือโดยสาร หากพบสภาพไม่ปลอดภัยให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบซ่อมแซมโดยเร็ว
ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานให้เตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย และไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงกวดขันการพิจารณาออกใบอนุญาต หรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง ตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิงที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชน ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
“เทศกาลตรุษจีนที่จะถึงในปีนี้ ภาครัฐและภาคเอกชนที่จะจัดงาน ต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและใช้ความระมัดระวังในการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย โดยเฉพาะการจุดพลุ ปะทัด ดอกไม้เพลิงหรือการแสดงที่ใช้เทคนิคพิเศษ (Special Effect) ภายในอาคาร รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากอัคคีภัยที่มีสาเหตุจากการจุดธุปเทียนบูชา เซ่นไหว้ เผากระดาษเงิน กระดาษทอง การจุดพลุและประทัด ที่สำคัญ ขอให้ช่วยกันรณรงค์ลดหรืองดกิจกรรมการเผาทุกชนิด เพื่อลดการเกิดมลพิษทางอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในส่วนของการเตรียมพร้อมด้านการเผชิญเหตุ ได้สั่งการให้บูรณาการทีมปฏิบัติการทั้งฝ่ายพลเรือน ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน อาสาสมัครมูลนิธิ และประชาชนจิตอาสา ร่วมเฝ้าระวัง ตรวจตราสถานที่จัดงานและเคหะสถานในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมกำชับหน่วยงานที่มีอำนาจสั่งใช้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส) และ อปพร. สนับสนุนออกตรวจตราเฝ้าระวังพื้นที่ชุมชนและสถานที่จัดงานที่มีการจุดพลุและประทัด โดยให้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงเน้นยย้ำให้กวดขันการจัดระเบียบการจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในจุดที่มีประชาชนหนาแน่น เพื่อให้เทศกาลตรุษจีนเป็นไปด้วยความปลอดภัย ทั้งต่อสุขภาพและชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน” นายอนุทินฯ กล่าว
ด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการปฏิบัติ ว่า ปภ. ได้ขานรับข้อสั่งการของนายอนุทินฯ นายกรัฐมนตรี โดยประสานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เตรียมความพร้อมปฏิบัติตามข้อสั่งการอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอันตรายจากอัคคีภัยและอุบัติภัยในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้ หากเกิดเหตุสาธารณภัยให้พื้นที่ดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และแผนเผชิญเหตุอัคคีภัยจังหวัด พร้อมทั้งรายงานให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติทราบ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติให้กับพื้นที่ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินรุนแรง เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด และขอให้พี่น้องประชาชนเดินทางสัญจรในช่วงเทศกาลด้วยความระมัดระวัง ทั้งนี้ หากประชาชนประสบหรือพบเหตุสาธารณภัยหรืออุบัติภัยสามารถแจ้งเหตุได้ที่ สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อมูล : กรม ปภ.