นายกฯ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมฯ แบบเต็มคณะ พร้อมมีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับภาคีภายนอก บนพื้นฐานของ ASEAN Centrality และผลประโยชน์ของประชาชนในภูมิภาค

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ ) นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมและกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 แบบเต็มคณะ (Plenary)
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำบทบาทของอาเซียนในการเป็นเสาหลักของนโยบายต่างประเทศของไทย พร้อมทำงานร่วมกับประเทศสมาชิก เพื่อผลักดันประโยชน์ที่แท้จริงมาสู่ประชาชน โดยเน้นย้ำ 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่

1. การสร้างประชาคมอาเซียนที่มั่นคงปลอดภัยสำหรับประชาชน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามร่วมกัน จัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือ ผ่านการเร่งเสริมศักยภาพของศูนย์อาเซียนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะศูนย์อาเซียนด้านภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่ (ASEAN Centre for Public Health Emergencies and Emerging Diseases: ACPHEED) 

2. การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนเปลี่ยนผ่านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการลงทุนในพลังงานสะอาด โครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) รวมถึงการเงินสีเขียว เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

3. การเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพ โดยยึดมั่นต่อระบบที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมบทบาทของอาเซียนในเวทีโลก 

ทั้งนี้ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 แบบเต็มคณะ ได้ร่วมกันรับรองเอกสารการประชุมสุดยอดอาเซียน จำนวน 16 ฉบับ และมาเลเซียได้ออกแถลงการณ์ของประธานการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 (Chairman’s Statement of the 47th ASEAN Summit) จำนวน 1 ฉบับ หลังจากนั้น ผู้นำอาเซียนได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีส่งมอบสารแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) ฉบับที่ 2 


image รูปภาพ
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar