หัวหน้าพรรคประชาชน ขอภูมิธรรม แสดงความชัดเจนกระบวนการยุบสภา และขอให้ผู้ฟ้องดำเนินคดีทั้งมาตรา 112 และ 157 ถอนแจ้งความ ย้ำ แม้สนับสนุนอนุทินเป็นนายกฯ แต่พร้อมใช้กระบวนการเสียงข้างมากตรวจสอบต่อในสภาฯ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บอกถึงความไม่ชัดเจนของพรรคเพื่อไทย กรณีกระบวนการทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภา ว่าอยู่ในขั้นตอนใด เรื่องนี้ หัวหน้าพรรคประชาชน แม้จะมีความเห็นว่าปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีมีอำนาจทำได้ แต่ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตีความ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาล และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี แสดงความชัดเจน เพื่อให้การเดินหน้ากระบวนการถูกต้องที่สุด แม้จะยังไม่มีความชัดเจน ก็ควรดำเนินการดำเนินการตามระเบียบวาระ โดยการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรต่อไปก่อนในวันพรุ่งนี้ ( 5 ก.ย. ) ก่อน

ส่วนกรณีที่นายสุรทิน พิจารณ์ สส. บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ แจ้งความนายภูมิธรรม ในมาตรา 112 และ นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย แจ้งความในมาตรา 157 นั้น นายณัฐพงษ์ บอกว่า ขอให้ถอนคำกล่าวโทษดังกล่าว เพราะพรรคประชาชนได้สร้างบรรยากาศเพื่อหาทางออกให้ประเทศแล้ว

เช่นเดียวกับที่ ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กถึงการแจ้งความดังกล่าวของพรรคภูมิใจไทย เป็นการลุแก่อำนาจ จะย้อนแย้งกับการที่พรรคประชาชนไปร่วมสนับสนุนหรือไม่ ที่นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า ได้พูดมาได้ตลอดว่า ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการนิติสงคราม และไม่อยากเห็นใครที่มีอำนาจ แล้วใช้อำนาจเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ย้ำว่า แม้เลือกนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว

ส่วนที่จะถูกมองว่าเป็นนั่งร้าน ก็มองว่าอยู่ที่การแสดงออก พร้อมยกตัวอย่างกรณีไม่เห็นด้วยกับการแจ้งความดังกล่าว ยืนยันจะใช้เสียงที่มี กำหนดการทำงานของเสียงข้างน้อยในสภา แม้ไม่ได้ร่วมรัฐบาล และไม่สามารถสั่งอะไรได้ แต่หากเห็นอะไรไม่ถูกต้อง ก็พร้อมตรวจสอบ และกำกับให้ถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การร่วมโหวตเลือกนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีส่งผลอย่างไรต่อคณะนิยมของพรรค เรื่องนี้ นายณัฐพงษ์ ยอมรับว่า อาจจะมีผู้สนับสนุนพรรคยังรู้สึกไม่สบายใจ ซึ่งเรื่องนี้ผู้บริหารพรรครับทราบ และเข้าใจดี แต่ก่อนจะมีมติ ได้ฟังเสียงทุกองคาพยพ โดยเฉพาะประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของพรรคตัวจริง จึงมีมติออกมา ขณะที่การสร้างความเชื่อมั่นของพรรค ในระยะเวลา 4 เดือน ต่อจากนี้ หากพรรคประชาชนสามารถกำกับให้ประเทศเดินหน้าได้ เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ ย้ำว่าพรรคประชาชนมีเป้าหมายที่จะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง โดยมุ่งหวังให้ได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเป็นกลไกหลักในการกำหนดทิศทางประเทศต่อไป

นายณัฐพงษ์ ยังบอกถึงการกำกับดูแล หากเห็นว่า ดำเนินการ ไม่ถูกต้อง หรือไม่ทำตาม MOA ที่ได้ตกลงกันว่า จะมีทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ , รวมถึงการดำเนินการอย่างอื่น ที่ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ พร้อมยกตัวอย่างหลักการกว้างกว้าง เช่น การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ล้างคดีให้ตัวเอง เป็นต้น


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar