(30 ก.ย. 2568) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ได้เห็นชอบการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ประจำปีการผลิต 2568/69 เพื่อให้เกษตรกร ผู้รวบรวม และโรงงานอาหารสัตว์ได้รับความเป็นธรรม พร้อมทั้งให้การซื้อขายสอดคล้องกับสถานการณ์การผลิตและตลาด
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 โดยมีสาระสำคัญดังนี้
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สด (เมล็ดความชื้น 30%)
เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ชัยภูมิ พิจิตร และอุทัยธานี รับซื้อ กิโลกรัมละ 7.05 บาท
จังหวัดอื่น ๆ ให้เป็นไปตามโครงสร้างราคารายจังหวัด
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห้ง (เมล็ดความชื้น 14.5%)
ณ หน้าโรงงานอาหารสัตว์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล กำหนดราคา กิโลกรัมละ 9.80 บาท
จังหวัดอื่น ๆ ปรับราคาเพิ่ม–ลดตามระยะทางและค่าขนส่ง โดยใช้อัตราหักลดน้ำหนักตามประกาศกรมการค้าภายใน (24 ม.ค. 2562)
อย่างไรก็ตาม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ก่อนวันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ คู่สัญญายังคงสามารถซื้อขายในราคาที่ตกลงกันไว้ได้
นายจตุพร ย้ำว่า ผู้รวบรวมและโรงงานอาหารสัตว์ทุกแห่งต้องปฏิบัติตามประกาศอย่างเคร่งครัด โดยต้อง แสดงราคารับซื้อและอัตราการหักลดความชื้นอย่างชัดเจน ณ จุดรับซื้อ ซึ่งกรมการค้าภายในได้ประสานไปยังจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและชุดตรวจสอบลงพื้นที่ตรวจอย่างต่อเนื่อง หากพบการฝ่าฝืน เช่น รับซื้อในราคาต่ำกว่าที่กำหนด หรือหักลดน้ำหนักไม่ถูกต้อง จะมีโทษตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ทั้งโทษปรับและจำคุก
นอกจากนี้ หากผู้รวบรวมปฏิเสธหรือประวิงการซื้อขายโดยไม่มีเหตุผล หรือโรงงานอาหารสัตว์รับซื้อในราคาต่ำเกินสมควร รวมถึงการหยุดรับซื้อ จำกัดคิว หรือปิดโรงงานโดยไม่มีเหตุผล จนอาจทำให้ตลาดปั่นป่วน จะเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 29–30 ซึ่งมีโทษสูงสุด จำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประกาศฉบับนี้ยังสอดคล้องกับการกำหนดการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีสำหรับผลิตอาหารสัตว์ ภายใต้กรอบ WTO ในปี 2569 โดยกำหนดว่า ผู้ประกอบการที่จะขออนุญาตนำเข้า ต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศในสัดส่วน 3 ต่อ 1 (รับซื้อในประเทศ 3 ส่วน ต่อการนำเข้า 1 ส่วน) พร้อมแสดงหลักฐานการรับซื้อจากเกษตรกร และต้องเป็นไปตามราคาที่ประกาศไว้
หากพบปัญหาการซื้อขายไม่เป็นธรรม ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนราคาสินค้า กรมการค้าภายใน
สายด่วน 1569
ตู้ ปณ. 156 ปณจ. นนทบุรี 11000
เว็บไซต์ www.dit.go.th