นายกฯ ตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย “บริหารจัดการน้ำ-ผลิตอาหารทะเล-ส่งเสริมการท่องเที่ยว” ก่อนการประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2568

(17 ก.พ. 68) เวลา 13.00 น. ณ บริเวณจุดชมวิวทะเลน้อย ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มทะเลสาบสงขลาได้สอบถามถึงแนวทางในการกำจัดวัชพืชที่เป็นปัญหาทำให้พื้นที่ตื้นเขิน โดยเห็นว่าควรนำวัชพืช ขึ้นมาทำปุ๋ยและนำมาถมพื้นที่บางส่วนเพื่อให้พื้นดินสูงขึ้น และยังให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลพร้อมพัฒนาและจะแก้ไขปัญหาโดยไม่เลือกพื้นที่ ก่อนที่จะร่วมถ่ายภาพกับคณะส่วนราชการที่ลงพื้นที่เป็นที่ระลึก และ เดินชมบูธนิทรรศการ “เที่ยวชุมชน ยลวิถีบ้านทะเลน้อย” ซึ่งเป็นสินค้าวิถีชุมชนขึ้นชื่อของพัทลุง เช่น ลูกปัด ปลาดุกร้า เป็นต้น
    จากนั้น ได้พบปะประชาชน กล่าวขอบคุณที่ต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีรัฐมนตรีหลายท่านกระจายอยู่ในจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ และในวันที่ 18 ก.พ. จะประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมกัน        มาวันนี้รัฐมนตรีได้ทำการบ้านเกี่ยวกับอุปสรรคปัญหาที่พี่น้องพัทลุงประสบอยู่ และดีใจที่ได้รับฟังสรุปปัญหา ที่แท้จริงของประชาชนเพราะอย่างที่พูดเสมอว่าคนในพื้นที่รู้ปัญหาของตัวเองดีที่สุด ฉะนั้น ต้องขอบคุณที่บอกปัญหาที่เกิดและบอกว่าสิ่งใดจะเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน เพราะหากประชาชนรวย รัฐบาลก็แข็งแรง ประเทศก็แข็งแรงไปด้วย ดังนั้นความอยู่ดีกินดีของประชาชนเป็นส่วนสำคัญที่สุดของรัฐบาล 
    “ขอบคุณที่ยังนึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรีนายทักษิณ ที่เคยมาและสร้างประโยชน์ไว้และขอบคุณรัฐบาลสมัยของท่านที่มีส่วนร่วมและส่วนผลักดัน สำหรับตนจะเต็มที่และจะกลับไปทำการบ้านเพิ่มเติม ไม่อยากแก้ปัญหาทีละปี อยากทำให้ปัญหาหมดไปและอยากให้ประชาชนกินอิ่มนอนหลับขอให้รักษาสุขภาพ รัฐบาลจะช่วยพี่น้องอย่างเต็มที่ รัฐมนตรีทุกคนที่มาให้ความสำคัญกับจังหวัดพัทลุงด้วยความเป็นห่วง ขอให้มีกำลังใจในการประกอบอาชีพต่อไป” นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำ
จากนั้น ร่วมรับชมการแสดงมโนราห์ และรับชมวิดีทัศน์เกี่ยวกับการดำเนินงานบริหารจัดการน้ำทะเลสาบสงขลาและการพัฒนาพื้นที่
•    โดยมีการสร้างสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ (สะพานเอกชัย) เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เพื่อข้ามทะเลสาบเชื่อมการเดินทางระหว่าง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และ อ.ระโนด จ.สงขลา สร้างสมัยรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร สนับสนุนงบประมาณ 700 ล้านบาท เมื่อปี 2547 เชื่อมเส้นทางให้ประชาชนเดินทางสัญจรได้สะดวก
•    พื้นที่ทะเลน้อย เป็นพื้นที่เชิงนิเวศและเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของนกประจำถิ่น และนกอพยพ โดยมีเนื้อที่ประมาณ 285,625 ไร่ ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา มีลักษณะเด่นที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นที่อยู่อาศัยของนกประจำถิ่นและนกอพยพ มากกว่า 223 ชนิด และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีก 9 ชนิด ทำให้พื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาได้รับการประกาศ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (Ramsar Site) แห่งแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2541

นายกฯ คุยภาคเอกชน หนุนถ่ายทอดองค์ความรู้เพาะเลี้ยงกุ้ง
    เวลา 15.15 น. ณ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จำกัด ต.วัดขนุน อ.สิงหนคร จ.สงขลา นายกรัฐมนตรี         ลงพื้นที่เพื่อรับฟังกระบวนการผลิตและการส่งออกอาหารทะเล จากประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกกุ้งแช่แข็งชั้นนำของประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมอาหารทะเลกระป๋อง อาหารทะเลแช่แข็ง และอาหารทะเลแปรรูป โดยดำเนินธุรกิจในรูปแบบผู้รับจ้างผลิต (OEM : Original Equipment Manufacturer ) และผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเอง โดยตลาดหลักอยู่ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย
บริษัทฯ กล่าวถึงปัญหาที่ทำให้ผลผลิตอาหารทะเลลดลง มี 3 สาเหตุ คือ 
1. การขาดสายพันธุ์ จึงเสนอให้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในภาคใต้และภาคตะวันออก 
2. โรคระบาด ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณให้กับกรมประมงเพื่อแก้ไขปัญหา 
3. ขาดการเข้าถึงสินเชื่อให้กับเกษตรกร ที่จะประกอบธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง 
บริษัทฯ ได้เสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้เกษตรกรสามารถเพาะเลี้ยงกุ้งได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเน้นการอบรมเทคนิคจัดการคุณภาพน้ำ พัฒนาเทคโนโลยีควบคุมสภาพแวดล้อมในบ่อเลี้ยง และการพัฒนาสายพันธุ์กุ้งที่ทนต่อสภาพอากาศ และยังเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนระบบประกันภัยและกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน 
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะหากบริษัทฯ มีแนวทางในการทำโครงการเพื่อสังคม (CSR) หรือโครงการที่สนับสนุนภูมิปัญญาของเกษตรกร อาทิ การถ่ายทอดองค์ความรู้หรือเทคนิคต่าง ๆ ที่ช่วยพัฒนาการประกอบอาชีพ รัฐบาลก็พร้อมสนับสนุนแนวทาง ส่วนการเจรจาในข้อตกลงทางการค้าที่รัฐบาลไทยได้เริ่มทำกับสหภาพยุโรปหลายประเทศแล้วนั้น จะเร่งพูดคุยและประสานทั้งในสหภาพยุโรปและในทวีปอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนสินค้าของไทยให้ค้าขายได้ง่ายขึ้น

นายกฯ เยี่ยมชมชุมชนเมืองเก่าสงขลา ส่งเสริมการท่องเที่ยว
    เวลา 16.30 น. ที่ย่านเมืองเก่าสงขลา อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเยี่ยมชมชุมชนเมืองเก่าสงขลา และกล่าวภายหลัง รับฟังบรรยายสรุปและข้อเสนอการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวจากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้บอกถึงปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก 
•    การท่องเที่ยว จ.สงขลา ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงมาก จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลพร้อมผลักดันให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับจังหวัดอื่น ๆ เช่น เดียวกับ จ.ภูเก็ต เพื่อกระจายรายได้สู่ภูมิภาค โดยรัฐบาลตั้งใจจะทำให้ทุกจังหวัดของประเทศไทยมีโอกาสพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ การพัฒนาเขตเมืองเก่าใน จ.สงขลา มีแนวคิดว่าจะประสานงานกับท้องถิ่นเพื่อสร้างกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เขตเมืองเก่าที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดมีแสงสีเสียงเป็นจุดที่น่าท่องเที่ยวให้มากขึ้น ขณะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จะพิจารณาปรับปรุงแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการประกาศให้เป็นเขตน่าท่องเที่ยวต่อไปในเร็วนี้
•    รัฐบาลจะเดินหน้าเร่งแก้ไขกฎหมายล้าสมัยไม่ทันต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว รัฐบาลพร้อมรับฟังและพร้อมจะเร่งดำเนินการแก้ไข 
•    การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น เส้นทางคมนาคม ไฟส่องสว่างในพื้นที่ท่องเที่ยว และระบบแจ้งเตือนภัยเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว            โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามความเหมาะสม
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลจะติดตามและผลักดันแนวทางการพัฒนาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม           โดยเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อให้ จ.สงขลา ก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญในกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวไฮเอนด์ พร้อมย้ำรัฐบาลจะพัฒนาทุก ๆ จังหวัดของประเทศไทยให้เป็นจังหวัดที่น่าเที่ยวติดอันดับของโลก และจะเร่งผลักดันทุกมิติ ไปพร้อม ๆ กับภาคประชาชน เพื่อให้มีชุมชนที่เข้มแข็ง โดยเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาได้ง่ายขึ้น
    จ.สงขลา เป็นเมืองพหุวัฒนธรรมผสมผสานทั้งพุทธ มุสลิมและจีน มีประวัติศาสตร์อันยาวนานจากอดีตเป็นเมืองท่าค้าขายที่สำคัญในภาคใต้ มีวัฒนธรรม อัตลักษณ์สะท้อนผ่านสถาปัตยกรรม ศิลปะ ตลอดจนอาหารการกินต่าง ๆ เป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยธรรมชาติ ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ปี พ.ศ. 2567 มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 7,000,000 คน เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2566 ร้อยละ 24.53 ส่งผลให้เกิดรายได้ด้านการท่องเที่ยวกว่า 50,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.81
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar