รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผย โรงพยาบาลวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พัฒนาระบบเยี่ยมบ้าน “สอน.บัดดี้” เพิ่มฟังก์ชัน “เทเลเมดิซีน” นำมาประยุกต์ใช้ดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ ให้ได้รับการดูแลต่อเนื่อง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผย โรงพยาบาลวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พัฒนาระบบเยี่ยมบ้าน “สอน.บัดดี้” เพิ่มฟังก์ชัน “เทเลเมดิซีน” นำมาประยุกต์ใช้ดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ ให้ได้รับการดูแลต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ลงพื้นที่ไปดูแล พร้อมวิดีโอคอลให้แพทย์ติดตามอาการและสั่งจ่ายยา เสมือนไปโรงพยาบาล สอดรับนโยบายยกระดับ 30 บาทพลัส
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า นโยบายยกระดับ 30 บาทพลัส จะมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาพัฒนาระบบบริการสุขภาพเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการของประชาชน อย่างในขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วม เช่น จ.อุบลราชธานี เป็นต้น ทำให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ โดยเฉพาะผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง รวมถึงผู้ป่วยโรคเรื้อรังต้องรับยาอย่างต่อเนื่อง ประสบปัญหาการเดินทางมารับบริการที่สถานพยาบาล ขณะที่บุคลากรเองก็ประสบปัญหาการลงพื้นที่เชิงรุกเพื่อดูแลประชาชน ซึ่งโรงพยาบาลวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้นำระบบ “สอน.บัดดี้” (Buddy Care) ที่พัฒนาโดยมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี สำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ (สสป.) และเครือข่ายแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ในเขตสุขภาพที่ 10 สำหรับเป็นเครื่องมือสนับสนุนการทำงานเชิงรุกของระบบปฐมภูมิ มาใช้ในการดูแลสุขภาพผู้ประสบภัยน้ำท่วม
“สอน.บัดดี้ หรือ Buddy Care เป็นโปรแกรมเยี่ยมบ้าน ออกแบบมาให้บริการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Home Service) หรือให้บริการเชิงรุกแก่ประชาชน 6 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยจิตเวชและผู้ใช้สารเสพติด การดูแลระยะกลาง การดูแลระยะยาว การดูแลแบบประคับประคอง และการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในกลุ่มทารก เด็ก และมารดาหลังคลอด มีการเชื่อมโยงระบบส่งต่อผู้ป่วยจากการเยี่ยมบ้านผ่าน “Smart Refer” ซึ่งพัฒนาโดยเขตสุขภาพที่ 10 ทำให้โรงพยาบาลสามารถส่งต่อผู้ป่วยให้ รพ.สต./สอน.ในเครือข่ายได้อัตโนมัติ และรพ.สต./สอน. ทราบรายการผู้ป่วยที่ถูกส่งมา สามารถออกไปให้บริการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยได้ทันที” นพ.ชลน่านกล่าว
นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของโรงพยาบาล ยังสามารถให้บริการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยของ รพ.สต./สอน.ในเครือข่าย ทั้งเดินทางไปเยี่ยมเองหรือผ่านระบบเทเลเมดิซีนได้ด้วยเช่นกัน รวมถึงยังสามารถติดตามการดำเนินงานของ รพ.สต./สอน. ในเครือข่ายของตนเองได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันระบบ สอน.บัดดี้ หรือ Buddy Care เปิดให้บริการผ่าน Web Application https://buddy-care.org/auth และจะพัฒนาระบบในรูปแบบ Mobile Application ให้ได้ใช้งานในเร็วๆ นี้ โดยจะเริ่มจากระบบปฏิบัติการ Android ก่อน เนื่องจากมีผู้ใช้งานจำนวนมาก และจะเปิดให้บริการบนระบบปฏิบัติการ iOS ต่อไป รวมถึงมีแผนจะพัฒนาระบบ Mobile Application ให้สามารถดูแลผู้ป่วย/เยี่ยมบ้านในโหมด Offline ได้ด้วย เพื่อให้การลงพื้นที่เยี่ยมบ้านมีความสะดวกในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต
ทั้งนี้ ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่มีระบบเทเลเมดิซีน แพทย์จะต้องนั่งเรือเพื่อไปให้บริการดูแลรักษาและจ่ายยาให้กับผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่บ้าน ทำให้แพทย์ดูแลผู้ป่วยไม่สะดวกและให้บริการได้จำนวนน้อย เพราะต้องเสียเวลาในการเดินทาง แต่โรงพยาบาลวารินชำราบ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ร่วมพัฒนาระบบ “สอน.บัดดี้” ได้เพิ่มฟังก์ชันให้สามารถเทเลเมดิซีนได้ด้วย และนำมาประยุกต์ใช้งานในช่วงน้ำท่วม ช่วยอำนวยความสะดวกและทำให้ดูแลผู้ป่วยได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใน รพ.สต.ใกล้บ้านผู้ป่วย จะเดินทางโดยเรือไปบ้านผู้ป่วยเพื่อติดตามอาการและจ่ายยาตามคำแนะนำของแพทย์ที่โรงพยาบาลผ่านระบบเทเลเมดิซีน เช่น ผู้ป่วยรายหนึ่งเดินไม่ได้มีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งความดันโลหิตสูง กระดูกพรุน ไขมันในเลือดผิดปกติ ต้องติดตามอาการและรับยาเป็นประจำ ที่บ้านน้ำท่วมสูง 20 เซนติเมตร ต้องขึ้นไปอยู่บนชั้น 2 มีลูกสาวเป็นผู้ดูแล เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ได้นำยาไปให้ที่บ้านและวิดีโอคอลกับแพทย์ที่โรงพยาบาล เพื่อให้พูดคุยและติดตามอาการกับผู้ป่วย รวมถึงให้คำแนะนำในการดูแลตนเองช่วงน้ำท่วม ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาและได้รับการติดตามจากแพทย์เช่นเดียวกับการไปโรงพยาบาล
ที่มา :