นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการเป็นประธานเปิดงานรณรงค์ “คนไทยฟันดี สดุดีสมเด็จย่า” เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ 2566 ว่า ด้วยความจงรักภักดีของคนไทยที่มีต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย มิได้เพียงเพราะทรงเป็นสมเด็จพระราชชนนีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2 รัชกาล และทรงเป็นสมเด็จพระอัยยิกาเจ้าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันเท่านั้น แต่เป็นเพราะคนไทยประจักษ์ว่า พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชน โดยเฉพาะในด้านการแพทย์และสาธารณสุข ภาพในความทรงจำของปวงชนชาวไทยคือ ภาพที่พระองค์เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ชนบทที่อยู่ห่างไกล พร้อมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (หน่วยแพทย์ พอ.สว.) ซึ่งมีทันตแพทย์ให้บริการตรวจและรักษาโรคในช่องปากแก่ประชาชนรวมอยู่ด้วย
รัฐบาลมีนโยบายดูแลสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัย ให้คุณภาพชีวิตที่ดี มีความพร้อมในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะสุขภาพช่องปากและฟัน ซึ่งมีความสำคัญมากในการดำเนินชีวิต หากดูแลรักษาไม่ดีก็จะส่งผลกระทบต่อใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ทั้งด้านสุขภาพและบุคลิกภาพในการเข้าสังคม การสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนในการดูแลตนเองและการจัดบริการด้านทันตกรรมที่ดีมีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการมาโดยตลอด โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก
ในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดงานรณรงค์ ‘คนไทยฟันดี สดุดีสมเด็จย่า’ ขึ้น เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ภายใต้แนวคิด ‘สุขภาพฟันดี ดูแลเองได้’ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากและสามารถดูแลสุขภาพช่องปากตนเองได้ พร้อมทั้งให้โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศจัดบริการทันตกรรม เมื่อวันที่ 16 - 20 ตุลาคม 2566 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีบริการตรวจสุขภาพช่องปาก อุดฟัน ถอนฟันขูดหินปูน ให้คำปรึกษาและคำแนะนำการดูแลสุขภาพช่องปากจากทันตแพทย์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน
ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์