วชช.ยะลา ส่งเสริมอาชีพเพื่อการมีงานทำ เปิดหลักสูตรเมนู “ขนมนึ่ง”ทำง่าย-ทุนน้อย เน้น ต่อยอด ประกอบอาชีพ มีรายได้จริง
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ ในยุคของแพง รวมถึง ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ห้วงที่ผ่านมา ทำให้การทำขนมขาย ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับประชาชน ที่จะสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ไม่ว่าจะทำเป็นอาชีพหลัก หรืออาชีพเสริม ก็ตาม
ทาง วิทยาลัยชุมชนยะลา ได้เล็งเห็นถึงการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำ ที่เน้น บูรณาการเนื้อหา ภาคทฤษฎี ควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติจริง ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปต่อยอด ประกอบอาชีพได้จริงอย่างมีคุณภาพ รวมไปถึง ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน จึงได้จัดหลักสูตร การแปรรูปผลิตภัณฑ์ขนมจำนวน 24 ชั่วโมง รุ่นที่ 1/2565 ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพคนและชุมชนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ขึ้น ซึ่งได้รับความสนใจ จากประชาชน ทั้ง ในพื้นที่ อำเภอต่างๆ ของ จ.ยะลา และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึง นักศึกษา วชช.ยะลา เข้าร่วม จำนวน 20 คน
“ขนมนึ่ง” เป็นเมนูขนมไทย ที่ถูกเลือกมาฝึกอบรมให้กับผู้ที่สนใจ เนื่องจาก ทำง่าย รสชาติอร่อย ลงทุนไม่มาก ไม่ต้องใช้เตาอบ รวมไปถึง วัตถุดิบยังสามารถหาได้ง่ายตามท้องถิ่น ชุมชน เมื่อเรียนรู้ฝึกจนชำนาญ สามารถที่จะนำไปต่อยอดเป็นอาชีพให้แก่ผู้เรียน ได้ ซึ่งนอกจาก จะเป็นการส่งเสริมอาชีพให้ประชาชนแล้ว ยังมุ่งหวัง ที่จะอนุรักษ์ ขนมไทย ให้คงอยู่อีกด้วย
คุณซานีย๊ะ เสงโมง วิทยากร บอกว่า หลักสูตรนี้ เป็นขนมนึ่ง ขนมไทยพื้นบ้าน ซึ่งจะนำมันม่วง หรือ มันเหลือง กล้วยน้ำว้า ฟักทอง 3 อย่าง มาเป็นวัตถุดิบในการทำ ประชาชนให้ความสนใจมาก สมัครผ่านมาทางรับออนไลน์ รับจำนวน 20 คน ซึ่งเรียนแล้วก็สามารถที่จะนำไปต่อยอดได้ อย่างเช่น ครูที่มาเรียน ก็สามารถนำไปทำเป็นอาชีพเสริมได้ ส่วนวัตถุดิบ ก็เป็นวัตถุดิบพื้นบ้าน เป็นขนมไทย ไม่แพง หาซื้อได้ง่าย บางบ้าน ก็มีอยู่แล้ว สามารถนำมาทำได้เลย ส่วนรสชาติขนมก็อร่อย สามารถนำไปทานคู่กับน้ำชา กาแฟ เป็นอาหารในช่วงเช้า
สำหรับวิธีการ ขั้นตอนการทำ ไม่ได้ยาก ง่ายมาก ขั้นตอนแรก ล้างวัตถุดิบ มัน ฟักทอง ก่อน นำมาหั่นเป็นชิ้นๆ พอประมาณ แล้วนำไปนึ่งกับลังถึง จนสุกนำมาผสมกับแป้ง กะทิ น้ำตาล นวดให้เข้ากัน เสร็จแล้วก็นำมาหยอดใส่ถ้วยพิมพ์ขนม นำไปนึ่ง ประมาณ 15 นาที โรยด้วยมะพร้าว ไม่ถึง 30 นาทีก็สามารถรับประทานขนมนึ่งอร่อยๆ ได้เลย
ทางด้านคุณนูไซบะห์ สะกาแย ผู้เข้าร่วมอบรมจาก อ.รามัน บอกว่า สนใจการทำขนมไทย เพราะวัตถุดิบหาได้ในหมู่บ้าน ชนบท ชาวบ้านจะปลูกกันส่วนใหญ่ การที่เราจะประยุกต์ของที่เรามีอยู่มาใช้ นำมาทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม จะช่วยลดต้นทุนได้ มาก
สำหรับขนมไทย ยังไม่เคยได้เรียนรู้มาก่อน พอเห็นว่าทาง วชช.ยะลา เปิดหลักสูตรก็ได้สมัครออนไลน์เข้ามาเรียน คิดว่า ถ้าเราฝึกจนชำนาญ ก็สามารถนำไปทำเบรกขาย รับออเดอร์ได้เลย ในอนาคต น่าจะสร้างรายได้ให้เราได้ดี ถ้าต่อยอดไปเรื่อยๆ
ส่วนตนเองนั้น ตอนนี้ก็ทำอาชีพอิสระ อยู่ ก่อนหน้านี้ทำงานบริษัทได้รับผลกระทบจากโควิด บริษัทปิดตัว ช่วงที่ไม่มีงานประจำก็รับงานทำ มีเวลาว่างก็เลยได้มาเรียนทำขนม เพิ่มความรู้ จะได้มีศักยภาพทางด้านอื่นด้วย รวมไปถึง ยังสามารถนำไปทำเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย มีประโยชน์มาก
ที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220623093131428