มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (SMU) สนับสนุนผู้หญิงในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรม

มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (SMU) สนับสนุนผู้หญิงในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย

SMU ภูมิใจสนับสนุนความสำเร็จของผู้นำหญิงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ‎และยืนยันความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนนวัตกรรม และการพัฒนาผู้นำในประเทศไทย

กรุงเทพฯ 8 เมษายน 2568 – ขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีส่วนสำคัญต่อการขยายตัวของตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ‎บทบาทของผู้หญิงในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสนับสนุนแนวโน้มดังกล่าว มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ ‎‎(Singapore Management University: SMU) จึงได้จัดงานเสวนาและบรรยายในหัวข้อ "Leadership in Tech: AI Ethics, ‎Data Governance, and the Power of ‎Community" ซึ่งเป็นเวทีที่มุ่งเน้นการเฉลิมฉลองความสำเร็จ และเสริมศักยภาพให้กับผู้นำหญิงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศไทย

ในฐานะมหาวิทยาลัยชั้นนำของภูมิภาคเอเชียด้านเทคโนโลยีและการบริหารธุรกิจ SMU พบว่าแนวโน้มของผู้หญิงที่ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางมหาวิทยาลัยได้พบว่าอัตราส่วนของนักศึกษาหญิงที่ลงทะเบียนเรียนใน คณะคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ (School of Computing and Information ‎Systems) ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงการมองเห็นโอกาสในภาคเทคโนโลยีที่เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับผู้หญิง

ในงานครั้งนี้ ศาสตราจารย์ ซัน ซัน ลิม (Sun Sun Lim) รองอธิการบดีฝ่ายความความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม และศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารและเทคโนโลยี ลีคงเชียน (Lee Kong Chian) จาก SMU ได้ทำการบรรยายพิเศษในหัวข้อ "AI Ethics and Data Governance in the Asian Context" โดยได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เนื่องมาจากการพัฒนาเทคโนโลยี อนาคตของการทำงาน และหลักจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมเน้นย้ำว่า ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนสามารถใช้ AI ให้เป็นประโยชน์และสนับสนุนผู้บริโภคที่มีมากถึง 673 ล้านคนของภูมิภาคนี้ โดยผ่านการจัดตั้งกรอบการกำกับดูแลที่ให้ความสำคัญกับการมีผู้คนเป็นศูนย์กลาง (‎Human-‎Centric Approach‎)‎ ‎

‎การส่งเสริมผู้นำหญิงในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศไทย ‎

‎ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ "The Power of Mentorship & Community in Thailand’s Tech Sector" โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ คุณสิริกัญญ์ เลิศศักดิ์วิมาน ผู้ก่อตั้ง KCX Earth and People Lab คุณกนกกร ประสงค์ธนกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Davoy.tech และศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย SMU สาขา Master of IT in ‎Business (MITB) ที่จบการศึกษาในปี 2561 รวมถึง คุณภาพเพรง เลี้ยงสุข ผู้อำนวยการโครงการ Techsauce ‎คุณวรนุช วรุตตมพรสุ ผู้จัดการด้านประสิทธิภาพของระบบ Salesforce ระดับโลกจากบริษัทด้านการดูแลสุขภาพระดับสากล และคุณซีลิน ควอค (Celine Kuok‎) ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาต่อต่างประเทศของ SMU สาขากรุงเทพฯ ‎

ศาสตราจารย์ ซัน ซัน ลิม กล่าวว่า "ผู้นำที่เป็นผู้หญิงได้มอบมุมมองที่มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่งให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และทำให้เราทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ จะตอบสนองและเข้าถึงความต้องการของผู้คนที่หลากหลาย เนื่องจากคำตอบด้านเทคโนโลยีนั้นส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง จึงสำคัญมากที่ทีมงานขององค์กรควรมีผู้นำที่สามารถสะท้อนถึงประชากรทุกกลุ่ม" และเสริมว่า ‎"‎ผู้หญิงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการเติบโตในวงการสาขาต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี‎"‎ ‎

การเสวนายังได้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทยจากการที่มีผู้หญิงก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำมากขึ้น "เป็นเรื่องน่ายินดีเราที่ได้เห็นผู้หญิงรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มตระหนักถึงโอกาสที่มีมากมายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเขียนโค้ดเท่านั้น" คุณกนกกร กล่าว "ปัจจุบันผู้หญิงมีบทบาทสำคัญทั้งในส่วนของงานด้านความปลอดภัยออนไลน์ ‎และการสร้างความปลอดภัยน่าเชื่อถือของระบบ ‎รวมทั้งงานศึกษาวิจัย และการพัฒนานโยบายต่างๆ"‎ ‎

คณะผู้ร่วมเสวนายังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารและการสร้างความมั่นใจของผู้หญิงในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในบริบทของภูมิภาคเอเชีย ตลอดจนบทบาทของการให้คำแนะนำและคำปรึกษา รวมถึงการเป็นตัวแทนในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยศาสตราจารย์ ซัน ซัน ลิม ‎กล่าวว่า ‎"คุณไม่สามารถเป็น ในสิ่งที่คุณนึกภาพไม่ออกได้"‎ พร้อมเน้นย้ำว่า "เมื่อผู้หญิงไทยรุ่นใหม่ได้มองเห็นผู้นำหญิงที่มีความสามารถและเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในวงการเทคโนโลยี สิ่งนี้จะช่วยเสริมพลังให้ผู้หญิงก้าวเข้าสู่เส้นทางในสาขาอาชีพนี้"‎ ‎

การขยายความร่วมมือของศูนย์การศึกษาต่อต่างประเทศของ SMU ในประเทศไทย ‎

การตัดสินใจของทางมหาวิทยาลัยในการจัดตั้งศูนย์การศึกษาต่อต่างประเทศของ SMU ในประเทศไทยนั้นสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการเป็นเป็นศูนย์กลางด้านความเป็นผู้นำทางความคิดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยความคิดริเริ่มนี้มุ่งเน้นการฝึกอบรมทักษะในสาขาการศึกษาที่มีความสำคัญ เช่น ความปลอดภัยทางไซเบอร์ การบริหารความมั่งคั่ง และการจัดหาเงินทุนสำหรับการสร้างธุรกิจ (Venture Financing) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในประเทศไทย ‎

คุณซีลิน ควอค (Celine Kuok‎) ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาต่อต่างประเทศของ SMU สาขากรุงเทพฯ กล่าวว่า ‎‎"ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มประชากรรุ่นใหม่ที่มีความกระตือรือร้นในการพัฒนายกระดับทักษะ ซึ่ง SMU ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมในประเทศไทย" และกล่าวเสริมว่า "จากการที่เรามองเห็นนถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นในด้านการศึกษาของประเทศไทย เราจึงเดินหน้าขยายบทบาทผ่านศูนย์การศึกษาต่อต่างประเทศของ ‎SMU สาขากรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง‎"‎ ‎

นอกจากนี้ SMU ยังร่วมมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนระบบนิเวศของธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) ในประเทศไทย ผ่านการส่งเสริมผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศข้ามพรมแดน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดย SMU มุ่งพัฒนาความเชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคอาเซียน ‎

การสร้างผู้นำด้านเทคโนโลยีในอนาคตของประเทศไทยด้วยการศึกษา

ศาสตราจารย์ซัน ซัน ลิม ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของหลักสูตรปริญญาโทของ SMU ที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมว่าสามารถช่วยให้บุคลากรรุ่นใหม่ของประเทศไทยมีความพร้อมที่จะพัฒนาสู่ความสำเร็จ ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนเชิงสัมมนาที่เป็นนวัตกรรมทางการศึกษา และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ‎

หนึ่งในหลักสูตรที่มีความโดดเด่นของ SMU คือ หลักสูตรปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ (Master ‎of IT in Business: MITB) ซึ่งได้รับการจัดอันดับโดย QS Global Master’s in Business Analytics Rankings ปี ‎‎2568 ‎ให้เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชีย และอันดับที่ 24 ของโลก โดยหลักสูตร MITB มุ่งเน้นการบูรณาการระหว่างธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ และมีสาขาเพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้งในด้านเทคโนโลยีทางการเงินและการวิเคราะห์ข้อมูล (Financial Technology & Analytics) การวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial ‎Intelligence) และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation)‎ ‎

นอกจากนี้แล้ว อีกหนึ่งหลักสูตรซึ่งมีความน่าสนใจคือปริญญาโทสาขาการประกอบการและนวัตกรรม (Master of ‎Science in Entrepreneurship and Innovation: MEI) ซึ่งออกแบบมาเพื่อพัฒนาผู้นำด้านนวัตกรรมและผู้ประกอบการแห่งอนาคตของภูมิภาคเอเชียให้สามารถขับเคลื่อนความสำเร็จทางธุรกิจทั้งในภูมิภาคอาเซียนและระดับนานาชาติ ‎‎

ในปี 2568 นี้ถือเป็นโอกาสพิเศษเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความสนใจศึกษาต่อ เนื่องจากเป็นปีที่เฉลิมฉลองการก่อตั้งมหาวิทยาลัย SMU ‎ครบรอบ 25 ปี โดยมหาวิทยาลัยได้มอบทุนการศึกษาสนับสนุนค่าเล่าเรียนสูงสุดถึง 40% ‎สำหรับการลงทะเบียนสมัครเข้าเรียนในปี 2568 ผู้ที่สนใจสามารถทดลองใช้เครื่องมือออนไลน์เพื่อคำนวณการประหยัดค่าใช้จ่ายในการศึกษาเพื่อพัฒนาเส้นทางสู่อนาคตที่กว้างไกล โดยสามารถอ่านข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ ‎

---

เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (SMU)‎

มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ ‎(Singapore Management University: SMU)‎ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาคเอเชียที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลด้านงานวิจัยระดับโลก และการเรียนการสอนที่เป็นเลิศ ก่อตั้งขึ้นในปี 2543 โดยมีพันธกิจในการสร้างงานวิจัยที่ล้ำหน้าซึ่งสามารถส่งผลกระทบในระดับโลก และผลิตผู้นำที่มีความรู้รอบด้าน ความสร้างสรรค์ และมีวิสัยทัศน์ในเชิงผู้ประกอบการ เพื่อตอบสนองความต้องการของเศรษฐกิจที่สร้างจากพื้นฐานของความรู้ ระบบการศึกษาของ SMU มีจุดเด่นที่การเรียนการสอนแบบเน้นการมีปฏิสัมพันธ์ ‎การทำงานร่วมกัน และการเรียนรู้ผ่านโครงการต่างๆ และประสบการณ์จริง

‎SMU มีนักศึกษามากกว่า 13,000 คน ซึ่งกำลังศึกษาทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโทเชิงสาขาวิชาชีพ และปริญญาโทเชิงวิจัย โดยมหาวิทยาลัยประกอบด้วย 8 คณะหลัก ได้แก่ คณะบัญชี คณะบริหารธุรกิจ ลีคงเชียน (Lee Kong Chian) คณะเศรษฐศาสตร์ คณะคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ คณะนิติศาสตร์ ยงพงฮาว (Yong Pung How) คณะสังคมศาสตร์ วิทยาลัยการศึกษาบูรณาการ และวิทยาลัยระดับบัณฑิตศึกษา ปัจจุบัน SMU เปิดสอนหลักสูตรทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ครอบคลุมสาขาวิชาต่าง ๆ ‎ที่เกี่ยวข้องกับคณะของมหาวิทยาลัย รวมถึงหลักสูตรแบบสหวิทยาการที่ผสานความรู้จากหลายสาขา

‎SMU ให้ความสำคัญกับงานวิจัยที่มีระดับมาตรฐานสูงและส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเน้นแนวทางแบบพหุวิทยาการและสหวิทยาการที่เชื่อมโยงหลากหลายสาขาวิชาเพื่อตอบโจทย์ประเด็นสำคัญของภูมิภาคเอเชียที่มีความเกี่ยวข้องในระดับโลก คณาจารย์ของ SMU นั้นทำงานร่วมกับนักวิจัยชั้นนำระดับนานาชาติจากมหาวิทยาลัยชั้นนำจากทั่วโลกรวมถึงพันธมิตรในภาคธุรกิจและภาครัฐ นอกจากนี้แล้วที่ตั้งของวิทยาเขต SMU ซึ่งมีความทันสมัยและตั้งอยู่ใจกลางเมืองของประเทศสิงคโปร์ ยังเป็นศูนย์กลางที่เอื้อต่อการสร้างเครือข่ายเชิงกลยุทธ์กับทั้งภาคธุรกิจ รัฐบาล และชุมชนต่าง ๆ อย่างมากมาย

‎ในปี 2568 นี้ SMU ได้เฉลิมฉลองการก่อตั้งครบรอบ 25 ปี กับความสำเร็จอันทรงคุณค่าของมหาวิทยาลัย และยังคงมุ่งมั่นในวิสัยทัศน์ที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรม ก้าวข้ามขีดจำกัด และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของผู้คน ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ‎www.smu.edu.sg


image รูปภาพ
image
image
image

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar