8 ธนาคารรัฐ ออกมาตรการด่วนช่วยผู้ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวครอบคลุมทุกกลุ่ม


8 ธนาคารรัฐ ออกมาตรการด่วนช่วยผู้ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวครอบคลุมทุกกลุ่ม

จากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้หลายจังหวัดของประเทศไทยได้รับผลกระทบ ทันทีที่เกิดเหตุการณ์ทุกหน่วยงานภาครัฐได้เร่งดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้วยความรวดเร็ว ซึ่งจากเหตุแผ่นดินไหวทำให้ที่อยู่อาศัย บ้านเรือน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ตึกสูง ได้รับผลกระทบ หลายที่ประชาชนไม่สามารถเข้าอยู่ได้ และต้องรอให้วิศวกรเข้าตรวจสอบความปลอดภัยก่อน 

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ได้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนด้วย 3 มาตรการหลัก คือ 1) มาตรการขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย 200 ล้านบาท 2) มาตรการผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และ 3) มาตรการด้านการประกันภัย โดยมาตรการผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้ประสาน 8 สถาบันการเงินของรัฐได้ออกมาตรการพักหนี้ ลดดอกเบี้ย ออกสินเชื่อให้กู้ซ่อม กู้สร้าง อาคารบ้านเรือน ฟื้นฟูกิจการ และจ่ายสินไหม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อธนาคารที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับความช่วยเหลือ

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามแถลงการณ์ของนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยมีมาตรการที่สำคัญของกระทรวงการคลัง สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ และผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 จำนวน 3 มาตรการ ดังนี้
1. มาตรการขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
กรมบัญชีกลาง ได้ขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีแผ่นดินไหว) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 76 จังหวัด ซึ่งเป็นวงเงินในอำนาจของอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 200 ล้านบาท สำหรับใช้จ่ายด้านการดำรงชีพและด้านการปฏิบัติงาน
 
2. มาตรการผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จำนวน 8 ธนาคาร ดังนี้
   1) ธนาคารออมสิน
• มาตรการแบ่งเบาภาระลูกหนี้ปัจจุบัน สำหรับสินเชื่อบ้าน สินเชื่อธนาคารประชาชน และสินเชื่อ
SMEs โดยพักชำระเงินต้นทั้งหมด และลดดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 0 สูงสุดเป็นระยะเวลา 3 เดือน
• มาตรการสินเชื่อเพื่อกู้ซ่อมแซมบ้าน กู้ฟื้นฟูกิจการ สำหรับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่
​​- สินเชื่อฉุกเฉิน วงเงินกู้สูงสุด 20,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 สูงสุดเป็นระยะเวลา 3 เดือน 
​​- สินเชื่อกู้ซ่อมแซมบ้าน และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 สูงสุด เป็นระยะเวลา 
3 เดือน
   2) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
• โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ปี 2568 เพื่อเสริมสภาพคล่องเกษตรกร
วงเงินต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR ของ ธ.ก.ส. เท่ากับร้อยละ 6.925 ต่อปี) ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปีปลอดชำระดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรก
• โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินต่อราย ไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR – 2 ต่อปี ระยะเวลากู้ไม่เกิน 15 ปี
   3) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
• โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย
- กรณีลูกค้าปัจจุบัน ได้รับการลดเงินงวดและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจะพัก
ชำระหนี้ ใน 3 เดือนแรก พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือร้อยละ 0 ต่อปี และเดือนที่ 4 – 12 คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี พร้อมลดเงินงวดลงร้อยละ 50 ของเงินงวดที่ชำระในปัจจุบัน
- กรณีลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ สามารถขอกู้ใหม่หรือกู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมหรือปลูกสร้าง
ทดแทนหลังเดิม วงเงินกู้สูงสุดต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 1 – 3 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี พร้อมปลอดชำระเงินงวด เดือนที่ 4 – 24 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี
• มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ ปี 2568
• มาตรการประนอมหนี้
• มาตรการสินไหมเร่งด่วน โดยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2568
   4) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
• มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลาพักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน และกลุ่มสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงินและสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้
• มาตรการเติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ ให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยให้สินเชื่อวงเงินกู้ร้อยละ 10 ของวงเงินเดิม สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
คิดอัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่มีหลักประกัน และยกเว้นค่าธรรมเนียม
ทั้งนี้ สามารถยื่นคำขอเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป
​   5) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)  
• มาตรการไอแบงก์ไม่ทิ้งกัน
          ​ลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ : สามารถขอสินเชื่อ เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือฟื้นฟูกิจการ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท อัตรากำไรต่ำสุดร้อยละ 1.99 ในปีแรก และระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 20 ปี
**ตามหลักคำสอนศาสนาอิสลามห้ามมีดอกเบี้ย จึงหลีกเลี่ยงด้วยการสร้างผลกำไรแทน
  6) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)
• มาตรการช่วยเหลือเงินกู้ระยะสั้น ขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงินสูงสุด 180 วัน เพิ่มวงเงิน
หมุนเวียนชั่วคราวสูงสุดร้อยละ 20 ของวงเงินหมุนเวียนเดิม วงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท และเปลี่ยนแปลงภาระหนี้ระยะสั้นเป็นภาระหนี้ระยะยาวผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 3 ปี
• มาตรการช่วยเหลือสำหรับวงเงินกู้ระยะยาว ขยายระยะเวลาเงินกู้สูงสุด 7 ปี ปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ปีแรกลงร้อยละ 0.50 หรือจ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 50 ในช่วง 6 เดือนแรก และพักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 1 ปี รวมทั้งเพิ่มวงเงินสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น
​   7) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
• มาตรการพักชำระค่าธรรมเนียม สำหรับลูกค้า บสย. ที่ถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน
สินเชื่อและค่าจัดการค้ำประกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2568 เป็นระยะเวลา 6 เดือน นับจากวันถึงกำหนดชำระ
• มาตรการพักชำระค่างวด สำหรับลูกหนี้ ที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้และ
ไม่ผิดนัดชำระหนี้ โดยสามารถพักชำระค่างวดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ระยะเวลายื่นขอพักชำระหนี้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2568
   8) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
• มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อปัจจุบัน ลดค่างวดร้อยละ 75 ของค่างวดปัจจุบัน (ชำระเพียงร้อยละ 25) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดย 1) ลูกหนี้บ้านและ SMEs คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.5 ต่อปี เป็นระยะเวลา 33 เดือน และ 2) ลูกหนี้บุคคล คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.5 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี
• มาตรการสินเชื่อเพื่อกู้ ซ่อมบ้าน/กู้ ฟื้นฟูกิจการ 1) ลูกค้าบ้าน และ SMEs คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่
ร้อยละ 0 เป็นระยะเวลา 3 เดือน หลังจากนั้น คิดดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.5 ต่อปี เป็นระยะเวลา 33 เดือน และ
2) ลูกค้าบุคคล คิดดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.5 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี

3. มาตรการด้านการประกันภัย
สำนักงาน คปภ. ได้ประสานไปยังสมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย และบริษัทประกันภัยทุกบริษัท เพื่อเร่งติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน ตลอดจนพิจารณาชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว นอกจากนี้ คปภ. ยังได้เปิดบริการสายด่วน คปภ. 1186 เพื่อให้คำปรึกษาผู้เอาประกันภัยและประชาชนที่ได้รับผลกระทบตลอด 24 ชั่วโมง


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar