เริ่มแล้ว! 1 มีนาคม 67 วีซ่าฟรีไทย-จีน กระชับความสัมพันธ์ กระตุ้นการท่องเที่ยวเเละเศรษฐกิจ

เริ่มแล้ว! 1 มีนาคม 67 วีซ่าฟรีไทย-จีน กระชับความสัมพันธ์ กระตุ้นการท่องเที่ยวเเละเศรษฐกิจ
    วันนี้ (1 มีนาคม 67) เป็นวันแรกที่ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราซึ่งกันและกัน หรือวีซ่าฟรี ไทย - จีน จะมีผลบังคับใช้ ทำให้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป จะมีการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทย ผู้ถือหนังสือเดินทางกึ่งราชการ และหนังสือเดินทางธรรมดาของจีน ในการเดินทางเข้า - ออก หรือผ่านแดนของทั้งสองฝ่าย โดยมีสาระสำคัญ คือ 
•    ระยะเวลาพำนักแต่ละครั้งไม่เกิน 30 วัน
•    ในห้วงเวลา 180 วัน ระยะเวลาในการพำนักรวมกันต้องไม่เกิน 90 วัน (กรณีเดินทางหลายครั้ง) ยกเว้น การพำนักถาวร การทำงาน การศึกษา กิจกรรมด้านสื่อ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตล่วงหน้าจากหน่วยงานที่รับผิดชอบของอีกฝ่ายหนึ่ง
ย้อนรอยเส้นทางวีซ่าฟรีถาวร ไทย - จีน
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2567 รัฐบาลไทย โดยนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศประจำพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ร่วมลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราซึ่งกันและกัน สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาและหนังสือเดินทางกึ่งราชการ ณ ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ โดยความตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวเป็นผลมาจากที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16-19 ตุลาคม 2566 และได้หารือกับ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยขอให้ทั้ง 2 ฝ่าย มีการจัดทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาซึ่งกันและกัน จึงเป็นที่มาของการเปิดวีซ่าฟรีถาวร ไทย – จีน ในวันนี้ (1 มีนาคม 2567)
โดยภายหลังการประกาศลงนามวีซ่าฟรี (Visa Free) ไทย-จีน อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า ผ่าน Ctrip (https://www.ctrip.com) เว็บไซต์บริการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของจีน โดย 5 จุดหมายในไทยที่ถูกค้นหามากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ เกาะสมุย และ พัทยา ขณะเดียวกันบนแพลตฟอร์ม Trip.com (https://Trip.com) นักท่องเที่ยวชาวไทยค้นหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า โดยเมืองที่มีการค้นหามากที่สุด ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู ฮาร์บิน เซินเจิ้น ปักกิ่ง เทียนจิน ฉงชิ่ง และจางเจียเจี้ย 
ทั้งนี้ ในเดือน ม.ค. 67 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยแล้วเกือบ 500,000 คน เป็นอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปี 2567 
“วีซ่าฟรี” กระชับความสัมพันธ์ไทย - จีน 
ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ถือได้ว่าเป็นมิตรแท้ร่วมกันมาอย่างยาวนาน โดยทั้ง 2 ประเทศได้มีการหารือ แลกเปลี่ยนในประเด็นต่าง ๆ กันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งในภาพกว้างคือการสร้างประโยชน์ให้แก่กันและกัน อาทิ ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจผ่านการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า - การลงทุน เพื่อร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจและสร้างความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อสถานการณ์โลก ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น ดังนั้น การลงนามข้อตกลงวีซ่าฟรีแบบถาวร ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2567 นั้น จะส่งผลต่อการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ เพิ่มอิทธิพลให้หนังสือเดินทางไทย และถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น เป็นต้นทางที่ดีในการต่อยอดความร่วมมือด้านต่าง ๆ ในอนาคต
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ คาดดึงนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย 8 ล้านคน สร้างรายได้ 3.2 แสนล้านบาท
    นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  เปิดเผยว่า ในปี 2567 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดการณ์ว่าจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าประเทศไทย สร้างรายได้กว่า 3.2 แสนล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยว 8 ล้านคน เพิ่มขึ้นเกือบ ร้อยละ 130 จากจำนวน 3.5 ล้านคน เมื่อปี 2566 จากปัจจัยสนับสนุนเรื่องข้อตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนที่ยกเว้นวีซ่าระหว่างกันแบบถาวร 
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และ ททท. จะเน้นดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้นอยู่นานขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำ ด้วยการจัดงานอีเวนต์ใหญ่ตลอดทั้งปี จากการต่อยอดงานเทศกาลประเพณี รวมถึงการนำเสนอสิ่งใหม่ เน้นเมืองรอง ไม่ให้ท่องเที่ยวแค่ในเมืองหลัก
รัฐบาลตั้งเป้า ปี 67 ท่องเที่ยวไทยคึกคัก สร้างรายได้ 3.5 ล้านล้านบาท 
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะผลักดันและขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลัก และเป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม โดยนายกรัฐมนตรีได้ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวปี 2567 ให้ได้ 3.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น
•    รายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศ 1.2 ล้านล้านบาท 
•    รายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.3 ล้านล้านบาท (จากเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 35 ล้านคน) 
ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวไทย ร่วมกันผลักดันให้เป้าหมายดังกล่าวบรรลุผลสำเร็จ โดยในส่วนเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น รัฐบาลจะเดินหน้ากระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ด้วยมาตรการวีซ่าฟรีแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง จากปี 2566 ที่รัฐบาลออกมาตรการวีซ่าฟรีให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจาก 60 ประเทศ/ดินแดน และในปี 2567 คาดว่าจำนวนประเทศ/ดินแดนที่ได้รับวีซ่าฟรีจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการอำนวยความสะดวกการเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย และดึงดูดใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว โดยเชื่อมั่นว่ามาตรการวีซ่าฟรีจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยตลอดปี 2567
แนวทางการสื่อสาร
1. นำเสนอถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากมาตรการวีซ่าฟรีไทย - จีน ถาวร โดยยกตัวอย่างเป็นรูปธรรม เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น สร้างโอกาสในการขายสินค้าและบริการ พ่อค้าแม่ค้าขายของได้มากขึ้น รถตุ๊กตุ๊กมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ที่คนจีนนิยมจะคึกคักขึ้น เป็นต้น
2. นำเสนอถึงนโยบายรัฐบาลที่เริ่มผลิดอกออกผล และเป็นนโยบายที่ทำได้จริง เห็นผลจริง
3. นำเสนอความคิดเห็นของพ่อค้าแม่ค้า/ไกด์นำเที่ยว ต่อการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจีนทำให้การท่องเที่ยวในพื้นที่คึกคัก ตลอดจนสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวจีน/ชาติอื่น ๆ ถึงความประทับใจในประเทศไทย เป็นต้น

#วีซ่าฟรีไทยจีน #เริ่มแล้ววีซ่าฟรีไทยจีน #เที่ยวไทย #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #กระทรวงการต่างประเทศ #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar