นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังได้รับคำชมจากนางกีต้า ซับบระวาล ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทยระบุที่ว่า กระทรวงมหาดไทยสามารถขับเคลื่อนงานให้ประชาชนชนหันมาคัดแยกขยะครัวเรือน โดยมีผลสำเร็จไปแล้วกว่า 14 ล้านครัวเรือนที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้ถึง 550,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และรวมถึงการขายคาร์บอนเครดิต ชุดแรก ($21,000) ที่ถูกซื้อโดยธนาคารเอกชนของประเทศไทย ในอัตราราคา 260 บาท/ตัน ซึ่งในเฟสแรก สามารถซื้อขายได้จำนวน 3,140 ตัน เป็นเงิน 816,400 บาท กลับคืนสู่พี่น้องประชาชนในท้องถิ่น และหลังจากนี้โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน จะเข้าสู่ระยะที่ 2 เพิ่มอีกใน 22 จังหวัด มากกว่า 4.6 ล้านครัวเรือน คาดว่าจะลดปริมาณคาร์บอนเดรดิตได้จำนวนกว่า 85,303 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ และเมื่อรวมกับปริมาณคาร์บอนเดรดิตที่ได้รับการรับรองไปก่อนแล้ว สามารถเทียบได้กับการปลูกต้นไม้ยืนต้นอายุ 20 ปี จำนวน 7.3 ล้านต้น อันเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นส่วนสำคัญของข้อตกลงการปฏิบัติตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็น
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่พี่น้องประชาชนได้ตื่นตัวลุกขึ้นมาเพื่อที่จะใช้ชีวิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดทำ "ถังขยะเปียกลดโลกร้อน" ในทุกครัวเรือน อีกทั้งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อน SDGs ทั้ง 17 ข้อของ สหประชาชาติ หรือ UN อันเป็นจุดมุ่งหมายเดียวกันของประชาคมโลก ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะได้นำนโยบายมาผนึกกำลังร่วมกับภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ตามปณิธานบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และทำให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
ข้อมูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230917184822183