Kick Off ตัดหมอนทองมีดแรกทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลาคาดการณ์ รายได้ผลผลิตแตะหมื่นล้านเศษ

พาไปดูการเริ่มต้น เปิดฤดูกาลทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา ประจำปี 2566 ที่บริเวณสวนทุเรียน แปลงใหญ่ ตำบลสะเอะ อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา ของ นายยูโซะ ดอเลาะบองอ ซึ่งงานนี้ ทาง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ "ตัดทุเรียนพันธุ์หมอนทองมีดแรก พร้อม ลองชิมทุเรียน ร่วมกับ เกษตรจังหวัด นายอำเภอ เพื่อเป็นการยืนยันเปอร์เซ็นต์ความเหมาะสมของเนื้อทุเรียนที่จะไม่มีการนำทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด และ การันตีถึงรสชาติความอร่อยของทุเรียนสะเด็ดน้ำ ผลไม้ GI จ.ยะลา ที่มีความมัน เนื้อแห้งละเอียด กรอบนอก นุ่มใน สร้างความเชื่อมั่นทุเรียนคุณภาพให้กับผู้บริโภค ซึ่งในพื้นที่ อำเภอกรงปินัง จะมีการปลูก ทุเรียน จำนวน 5,332 ไร่ โดยผลผลิตแต่ละปีที่ออกสู่ตลาด สามารถสร้างมูลค่าให้ชาวอำเภอกรงปินัง ราว 420 ล้านบาท

ภายในงานนอกจากจะมีการตัดทุเรียนมีดแรก เปิดฤดูกาลทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลาแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ของ ทางสำนักงานเกษตร ได้มาตั้งจุดสาธิตการตรวจวิเคราะห์เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน การแสดงนิทรรศการทางวิชาการ รวมไปถึงการเปิดให้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งส่วนราชการ เกษตรกร ประชาชน ชิมทุเรียนและผลิตภัณฑ์จากทุเรียน อีกด้วย

นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา บอกว่า วันนี้ เป็นวันมีดแรกในการตัดทุเรียนที่กำหนดโดยทางเกษตรยะลา ตั้งแต่ทุเรียนออกดอกจนครบ 120 วัน จะมีมาตรการในการป้องกันทุเรียนอ่อน ผลผลิตทางทุเรียนค่าแป้งเปอร์เซ็นต์จะครบคุณสมบัติในวันที่ 8 ส.ค 66 ทางจังหวัดเอง โดยท่านผวจ.ยะลา นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ทุกอำเภอ รณรงค์ในเรื่องผลผลิตทุเรียนของ จ.ยะลา เนื่องจากปีนี้เป็นปีแรก ๆ ที่ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น มีถึง 76,741 ตัน หรือ ประมาณ 76 ล้านกิโล มูลค่าประเมินคร่าวๆ แตะเกือบหมื่นล้านหรือหมื่นล้านกว่าบาท

ปัจจุบัน จ.ยะลา มีพื้นที่เพาะปลูก 96,233 ไร่ ให้ผลผลิต 66,778 ไร่ ปีนี้เป็นปีที่มีมูลค่าส่งออกทุเรียนมากที่สุด ปีที่แล้วอยู่ที่ 27,000 ตัน หรือ สามพันกว่าล้านบาท รายได้หลักของ จ.ยะลา ในเรื่องยางพารา มีผลผลิตรายได้หมื่นสามพันล้านบาท แต่ในปีนี้ถ้าสถานการณ์ทุเรียนดี ไม่มีประเด็นเรื่องอื่น อย่างทุเรียนอ่อน ใบ GAP คาดรายได้ที่จะเข้าสู่เกษตรของ ใน จ.ยะลา จะอยู่ที่หมื่นล้านเศษ ก็จะช่วยพี่น้องเกษตรกร นับจากที่เรามีปัญหาเรื่องโควิด และเป็นรายได้หลักช่วยให้พี่น้องประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น

สำหรับ ใบ GAP เป็นใบบ่งบอกแหล่งที่มาของผลผลิต ปัจจุบัน ประเทศจีนกำหนดให้ล้ง หรือบริษัทที่ส่งออกทุเรียนทุเรียนไประเทศจีนต้องมีใบ GAP ช่วงที่ผ่านมา เรารณรงค์ให้เกษตรกร ทำใบ GAP ทำได้แค่ 12 เปอร์เซ็นต์ หรือ ประมาณ 1,800 ราย จากหมื่นกว่าราย ทางท่าน ผวจ. ยะลา ก็ให้ทำโครงการนำร่องเดินทุกอำเภอ วันนี้เป็นวันแรก ที่ อ.กรงปินัง มีเกษตรกรมาขอใบ GAP เพื่อใช้ประกอบในช่วงที่ขายทุเรียนให้กับพ่อค้าเพื่อประกอบในการปิดตู้ส่งประเทศจีน ขณะนี้ เรายังประสบปัญหานี้อยู่ คิดว่าเดือนนี้ในการเร่งทำใบ GAP จะทำให้พี่น้องเกษตรกรได้รับใบ GAP การซื้อขายจะได้ประโยชน์มากขึ้นและราคาสูง

ข้อมูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230808134554806


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar