พลตำรวจตรีเอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า พลตำรวจเอกดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจทางหลวงตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แฉขบวนการส่งส่วยรถบรรทุกที่ติดสติ๊กเกอร์สำหรับผ่านด่านชั่งน้ำหนักพร้อมเรียกนายตำรวจระดับผู้กำกับการและสารวัตรทางหลวงทั่วประเทศ ประชุมช่วงบ่ายวันนี้เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนตั้งคณะทำงานสืบสวนเพื่อดำเนินการขั้นเด็ดขาดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งนี้ การกระทำลักษณะนี้ยังสุ่มเสี่ยงมีความผิดฐานฟอกเงินที่ต้องยึดทรัพย์สิน
สำหรับการทำสติ๊กเกอร์หรือป้ายต่างๆ นี้ย จากข้อมูลของสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยก็พบว่ามีภาคเอกชน กลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง รวมตัวกันทำสติ๊กเกอร์หรือป้ายต่างๆ แต่ต้องตรวจสอบว่ามีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากพบก็ต้องดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างไรก็ตาม ตำรวจทางหลวงไม่มีอำนาจการสอบสวน โดยจะต้องประสานกองปราบปรามดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลของผู้กระทำผิดหรือดำเนินคดีผู้ใด หากประชาชนมีเบาะแสสามารถแจ้งเข้ามาได้บนเพจเฟซบุ๊กตำรวจทางหลวง ทั้งนี้ มองว่าการเปิดโปงเรื่องดัวกล่าวเป็นเรื่องดีที่รัฐให้ความสนใจเพื่อนำมาพิจารณาแก้ไขกฎหมาย เนื่องจากกรณีรถบรรทุกหนักจะเน้นเอาผิดกับคนขับรถเป็นหลัก แต่ผู้ประกอบการยังคงกระทำผิดซ้ำ การยึดรถก็ยังไม่มีประสิทธิภาพ
พลตำรวจตรีเอกราชกล่าวอีกว่า ตำรวจทางหลวงรับผิดชอบพื้นที่ทางหลวงทั่วประเทศทั้งหมด 19,000 กิโลเมตร จากทั้งหมด 700,000 กิโลเมตร ซึ่งแบ่งตามสัดส่วนของแต่ละหน่วยงาน พร้อมต้องประสานกับสหพันธ์การขนส่งที่เกิดจากการรวมตัวกันของผู้ประกอบการด้วยว่า เหตุใด เหล่าผู้ประกอบการจึงยังบรรทุกสิ่งของเกินกฎหมายกำหนด ทั้งที่ที่ผ่านมาก็เคยปรับเกณฑ์น้ำหนักบรรทุกจาก 25 ตันเป็น 28 ตันมาแล้ว ซึ่งยังช่วยลดจำนวนผู้กระทำผิดได้ส่วนหนึ่ง
ข้อมูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230529230739821