ที่ตั้งไทยทำเลทอง ข้อได้เปรียบที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

          เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง นานาประเทศต่างระดมสมองคิดหาหนทางพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนผ่านวิกฤตต่าง ๆ ไปได้อย่างราบรื่น ประเทศไทยก็เช่นกัน กรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑- ๒๕๘๐) กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ที่จะผนึกกำลังในการยกระดับประเทศไทย ให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นประเทศที่ทั่วโลกให้การยอมรับในศักยภาพหลาย ๆ ด้าน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นประเด็นหลักในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ไทยก้าวไปสู่เส้นทางแห่งความมั่งคั่ง ที่มั่นคง และยั่งยืนต่อไปในอนาคตได้ 
ภูมิรัฐศาสตร์ที่ได้เปรียบ ทำเลทองที่สร้างโอกาสแห่งการเติบโต
        ซึ่งถือเป็นความโชคดีของประเทศไทยที่ภูมิรัฐศาสตร์ตั้งอยู่ในจุดที่ได้เปรียบต่อการพัฒนาศักยภาพของประเทศให้เติบโตได้ในหลาย ๆ ด้าน จุดยุทธศาสตร์แห่งเศรษฐกิจที่สามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางการค้าสายใหม่อย่างเส้นทางสายไหมใหม่ (Belt and Road Initiative: BRI) การคมนาคมขนส่งที่ไร้สิ่งกีดขวาง สามารถขนส่งสินค้าได้อย่างสะดวกสบายทั้งทางบกและทางทะเล 
         อีกทั้งไทยยังเปรียบเสมือนสะดือของภูมิภาค ที่ถูกรายล้อมด้วยกลุ่ม CLMV กลุ่มประเทศอาเซียนในเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อันได้แก่ กัมพูชา (Cambodia) ลาว (Laos) เมียนมาร์ (Myanmar) และเวียดนาม (Vietnam) ประเทศม้ามืดที่กลายเป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) และมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งไทยยังตั้งอยู่ใกล้กับประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและอินเดีย สองประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก ตลาดทางการค้าขนาดใหญ่ที่จะทำให้การส่งออกของไทยเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อทำเลคือโอกาส การพัฒนาเชิงพื้นที่จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ
         เมื่อทำเลคือโอกาสที่ทำให้ไทยได้เปรียบกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค การพัฒนาเชิงพื้นที่จึงเข้ามาเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยทิศทางการพัฒนานั้นถูกกำหนดให้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ (EEC, SEC, SEZ) และสร้างเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ เพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค โดยการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ แบ่งออกเป็น

  • Eastern Economic Corridor (EEC) เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่เน้นการสร้างนวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่อันชาญฉลาด สำหรับเป็นเครื่องมือในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
  • Southern Economic Corridor (SEC) เขตพัฒนาพิเศษภาคใต้ ที่มาพร้อมกับนโยบายการเปิดประตูทางทะเลเชื่อมเอเชียใต้ พัฒนาศักยภาพด้านการขนส่งทางทะเล และการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเล ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันที่มั่นคงและยั่งยืน
  • Special Economic Zone (SEZ) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ที่นำประโยชน์จากการร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิก AEC มาพัฒนาพื้นที่ชายแดน ถือเป็นการกระจายความเจริญสู่พื้นที่ชายขอบที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เร่งพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง รวมถึงส่งเสริมการลงทุน พร้อมสนับสนุนการจัดการแรงงานต่างด้าว สร้างพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

และในส่วนของการสร้างเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการพัฒนาเชิงพื้นที่ การพัฒนาเมืองในภูมิภาคให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ ให้ประชากรในพื้นที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สุขภาพกายและใจแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และต้องดำเนินกิจการต่าง ๆ บนพื้นฐานของการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความเท่าเทียมเสมอภาค ปัญหาความเลื่อมล้ำลดน้อยลง มีการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ รวมถึงมีนวัตกรรมที่ทันสมัยและเทคโนโลยีอันชาญฉลาด สามารถสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับไทยได้อย่างครอบคลุม 

         โดยการสร้างเมืองอัจฉริยะนี้ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งประเดิมนำร่องเมืองอัจฉริยะด้วย ๗ จังหวัด ๑๐ พื้นที่ ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ก็ได้มีจังหวัดที่สนใจเข้าร่วมเพิ่มขึ้นถึง ๒๔ จังหวัด ๓๐ พื้นที่ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ นี้ มีอีก ๒๗ เมืองที่ได้ส่งแผนเพื่อขอรับการพิจารณาเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว ทั้งนี้รัฐบาลได้ตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ประเทศไทยจะมีเมืองอัจฉริยะครอบคลุมครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐๐ พื้นที่ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มความสุขให้กับประชาชนได้อยู่ดี มีสุข อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

          ถือเป็นโชคดีของไทยที่ได้ตั้งอยู่บนพื้นที่ขวานทองแห่งนี้ ซึ่งแผนการพัฒนาพื้นที่จะสามารถดึงศักยภาพของพื้นที่ออกมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ปัญหาที่สะสมมายาวนานจะได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี ที่สำคัญคนไทยในพื้นที่จะมีช่องทางเพิ่มพูนรายได้มากขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีการศึกษาที่เท่าเทียมกับผู้คนในเมืองใหญ่ สุขภาพที่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และความสุขที่หาได้จากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว การพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่จึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่จะนำพาคนไทยทุกคนไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน 

อ้างอิง: 

๑. เอกสารประกอบการประชุมประจำปี ๒๕๖๒ ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) https://www.nesdc.go.th/download/document/Yearend/๒๐๑๙/๐๓PPT_NESDC_๐๑.pdf
https://www.nesdc.go.th/download/document/Yearend/๒๐๑๙/Yearend๒๐๑๙_Group๐๑.pdf

๒. เวทีเสวนาเรื่อง “แนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของไทย” ภายในงานวิศวกรรมแห่งชาติ ๒๕๖๒ จัดโดย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ณ อิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานีhttps://bit.ly/๓๗FhGLy


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar