ฉายา: "ฉลาดลพบุรี"
ลักษณะเด่น: เน้นความรวดเร็วและชั้นเชิงที่แพรวพราว มีการรุกรับที่คล่องแคล่ว สายตาดี ใช้หมัดตรงที่แม่นยำ
การแต่งกาย: มักพันผ้าตั้งแต่พ้นข้อมือไปจนถึงข้อศอก เพื่อใช้รับแข้งหรือป้องกันศอกของคู่ต่อสู้
มวยลพบุรีมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่อดีต แต่มาโดดเด่นอย่างมากในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งลพบุรี (เมืองละโว้) เป็นราชธานีแห่งที่สอง ในยุคนั้นมวยลพบุรีเฟื่องฟูมาก มีการจัดประลองหน้าพระที่นั่ง และได้รับอิทธิพลจากวิชาการต่อสู้ในราชสำนัก
หัวใจสำคัญของมวยลพบุรีคือ "รุกรับว่องไว" และ "สายตาคมกริบ"
การตั้งม้า: นักมวยลพบุรีจะตั้งท่าจดมวยที่กว้างและมั่นคง แต่ขยับตัวได้รวดเร็วเหมือนพยัคฆ์จ้องตะครุบเหยื่อ
หมัดตรง: เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือ "การออกหมัดตรง" ที่พุ่งออกจากหัวไหล่ด้วยความเร็วและแม่นยำ เล็งที่จุดตายอย่างปลายคางหรือดั้งจมูก
การหลอกล่อ: นักมวยสายนี้จะเก่งเรื่องการใช้เหลี่ยมตัว การหลบหลีก (Slip) และการเข้าทำแบบฉาบฉวย (Hit and Run)
ความต่างที่ชัดเจนของมวยลพบุรีคือ "การพันมือ" ครับ
นักมวยสายนี้จะพันด้ายดิบหรือผ้า ตั้งแต่ข้อมือขึ้นไปจนถึงเกือบถึงข้อศอก
เหตุผล: เนื่องจากเน้นการใช้แขนรับลูกเตะหรือรับศอก (การกัน) การพันผ้าหนาไปจนถึงศอกจะช่วยป้องกันกระดูกแขนแตกจากการปะทะหนักๆ ได้ดี และยังใช้ส่วนที่พันผ้าช่วย "ครูด" หรือ "กระแทก" หน้าคู่ต่อสู้ได้ด้วย
ท่ามวยลพบุรีมักแฝงไปด้วยความสวยงามแต่แฝงความอันตราย เช่น:
เอราวัณเสยงา: การก้มตัวหลบหมัดแล้วเสยหมัดตรงเข้าใต้คาง
กวางเหลียวหลัง: ท่าหลอกล่อที่ดูเหมือนจะเสียหลักแต่กลับตัวมาเตะหรือต่อยทันที
เมื่อมวยไทยเข้าสู่ยุค "มวยเวที" (เฮดการ์ดและนวม) กฎกติกาได้จำกัดการใช้ท่าทางบางอย่าง และเน้นการปะทะที่ต่อเนื่องมากกว่าการใช้เหลี่ยมหลบหลีกแบบโบราณ อย่างไรก็ตาม ครูมวยในปัจจุบันยังคงอนุรักษ์วิชานี้ไว้ในรูปแบบของการแสดงศิลปะมวยไทยโบราณ