ตามที่มีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในการสื่อสารออนไลน์ประเด็นการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งเพิ่งผ่านทั้งสภาผู้แทนราษฎร และ วุฒิสภาไป ว่ามีการอนุมัติเงินช่วยเหลือประเทศกัมพูชา 31 ล้านบาท ซึ่งคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง !!!!
.
ข้อมูลเป็นดังนี้ :
1. หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน(องค์กรมหาชน) หรือชื่อย่อ NEDA
เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนด้านการจัดหาเงินกู้ให้กับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องสอดคล้องเชื่อมโยงกับแผนการพัฒนาที่เชื่อมต่อประโยชน์กับประเทศไทย
โดยข้อกำหนดว่าโครงการที่เกิดขึ้นจะต้องใช้ผู้ดำเนินการและวัสดุอุปกรณ์จากไทย และหากเป็นการร่วมทุนจะต้องมีฝ่ายไทยถือหุ้นมากกว่า 51%
2. การพิจารณางบประมาณได้มีการซักถามในคณะกรรมาธิการและลงรายละเอียดในชั้นอนุกรรมาธิการแต่ปรากฏว่าทางกรรมาธิการของทั้งสองสภาได้รับฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานแล้วไม่ติดใจสงสัยจึงไม่ตัดลดงบประมาณส่วนนี้ลง
3. ตัวเลขจริงของงบประมาณที่ใช้กับโครงการของประเทศกัมพูชา คือ 18.2 ล้านบาท ไม่ใช่ 31 ล้านบาทอย่างที่ส่งต่อข้อมูลกัน !!!
แบ่งเป็นโครงการ
ถนน R67 เป็นเงิน 12 ล้านบาท
ด่านสตึงบท เป็นเงิน 6.2 ล้านบาท
รวม 18.2 ล้านบาท
4. ทั้งสองโครงการนี้เป็นโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว แต่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ตามสัญญา
โดยทางกัมพูชาดำเนินการจ่ายเงินชำระหนี้ตามสัญญามาโดยตลอด
ทั้งสองโครงการทาง NEDA เป็นผู้หาแหล่งเงินกู้ให้จากสถาบันการเงินของไทย โดยมีสัญญาที่ NEDA จะช่วยเหลือแบ่งเบาดอกเบี้ยส่วนหนึ่ง ซึ่งก็คือเงินที่มีคำของบประมาณ
*** หากทาง NEDA ไม่ชำระดอกเบี้ยในส่วนที่ต้องรับผิดชอบตามสัญญาก็อาจเป็นเหตุให้ทางฝ่ายกับพูชาไม่ชำระเงินกู้ตามเงื่อนไขได้
.
โดยสรุป คือ เงินงบประมาณ 18.2 ล้านบาท ไม่ใช่ 31 ล้านบาท ผ่านการอนุมัติในชั้นอนุกรรมาธิการและกรรมาธิการของทั้งสองสภา ซึ่งได้พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านแล้ว โดยไม่มีการสงวนความเห็นหรือมีข้อสังเกตใดๆ
โครงการดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว ไม่ได้เป็นโครงการใหม่ เป็นช่วงเวลาที่ผ่อนชำระหนี้ตามสัญญาระหว่างรัฐบาลกัมพูชากับ NEDA ซึ่งได้มีการชำระเงินมาโดยตลอด
เป็นโครงการที่ผู้ประกอบการ ผู้ควบคุมงานของไทยเป็นผู้ดำเนินการ
หากทาง NEDA ไม่ชำระเงินในส่วนของดอกเบี้ยที่ในสัญญาจะชำระ จะเป็นเหตุให้กระทบต่อสัญญาและการชำระเงินคืนของกัมพูชาได้
.
รัฐบาลเข้าใจความรู้สึกและความห่วงใยของประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์ไทย–กัมพูชาปัจจุบัน แต่การพิจารณาต้องแยกข้อเท็จจริงออกจากความรู้สึกให้ชัดเจน ทั้งนี้รัฐบาลจะดำเนินการทุกเรื่องโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศไทย ประชาชนไทย และข้อผูกพันตามกฎหมายและสัญญาเป็นสำคัญ