เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย หารือร่วมกับคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เอชพี อิงค์ (HP Inc.) บริษัทเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ระดับโลก นำโดยคุณ Brittany Masalosalo ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารนโยบายภาครัฐ เพื่อหารือแนวทางเชิงรุกผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของโลก เสริมสร้างพันธมิตรที่มั่นคง ขจัดอุปสรรคทางการค้า และปรับระบบนิเวศทางเศรษฐกิจไทยให้พร้อมดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง
นายวีระพงษ์กล่าวว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ผู้แทนบริษัท HP แสดงเจตจำนงพิจารณาลงทุนขยายธุรกิจครั้งใหญ่ในประเทศไทย ด้วยมูลค่าการลงทุนที่คาดว่าจะสูงถึงราว 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักแห่งหนึ่งในภูมิภาค โดย HP มองว่าไทยมีโครงสร้างสาธารณูปโภคที่พร้อม แรงงานที่มีศักยภาพ ระบบพลังงานที่เสถียร ตลอดจนรัฐบาลแสดงเจตจำนงผลักดันการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับประเทศต่าง ๆ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญของบริษัท โดยเฉพาะสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปจนมีความคืบหน้า ทั้งนี้ ปัจจุบัน ปัจจัยสำคัญที่บริษัทใช้พิจารณาขยายฐานการผลิตในไทย คือความคืบหน้าในการเจรจามาตรการภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ผ่านความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade) ซึ่งจะกำหนดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในการส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากไทยไปยังสหรัฐฯ โดยบริษัทมีความพร้อมที่จะสนับสนุนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศและสร้างมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจไทย
นายวีระพงษ์เพิ่มเติมว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจรจามาตรการภาษีกับสหรัฐฯ โดยทีมไทยแลนด์ นำโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปเจรจากับฝ่ายสหรัฐฯ ทั้งระดับเทคนิคและระดับนโยบาย การเจรจาล่าสุดมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถหาข้อสรุปในประเด็นสำคัญได้แล้ว และจะมีการเจรจาในประเด็นเทคนิคต่อไปโดยเร็ว
ในโอกาสนี้ ผู้แทนการค้าไทยยังได้หารือกับผู้แทนบริษัท HP เกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมความสะดวกในการดำเนินธุรกิจของบริษัท HP โดยเฉพาะแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและระบบนิเวศการลงทุนของไทยใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ (1) การอำนวยความสะดวกแก่บริษัทที่ลงทุนและประกอบกิจการในประเทศอยู่แล้ว เช่น การยกเลิกกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น (2) การดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูงที่มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการถ่ายโอนเทคโนโลยีให้กับคนไทย ผ่านมาตรการดึงดูดการลงทุนที่รอบด้าน และ (3) การวางบทบาทของไทยในการรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับนานาประเทศ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
นายวีระพงษ์กล่าวขอบคุณคณะผู้บริหาร HP สำหรับข้อมูลและข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีเจตจำนงและกำลังดำเนินการเร่งขจัดอุปสรรคด้านกฎระเบียบและปรับปรุงกรอบการทำงานเดิม เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการลงทุนควบคู่กับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและพลังงานสะอาด ตลอดจนระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ปลอดภัย มั่นคง และเชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนจากประเทศต่างๆ เติบโตไปพร้อมกับประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน
ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/168585