(24 สิงหาคม 2569) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือโดยเฉพาะที่จังหวัดน่าน ล่าสุดว่า เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน (สอจ.น่าน) จึงได้เปิดทำการให้บริการประชาชนตามปกติ และสอจ.น่านได้ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจความเสียหายตามจุดต่าง ๆ โดยเฉพาะสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นแนวทางตามมาตรการ “แผนรับมือและฟื้นฟูภัยน้ำท่วมของ อก.” และเป็นไปตามข้อสั่งการของ รมว.อุตสาหกรรม ที่เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบโรงงานและสถานประกอบการทั้งระบบไฟฟ้า เครื่องจักร ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบความปลอดภัย ให้มีความปลอดภัยก่อนกลับมาดำเนินการ ควบคู่ไปกับการกระจายเครื่องอุปโภคบริโภคที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนส่งต่อความช่วยเหลือไปถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่
จากการสำรวจมีรายงานว่าสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 17 จังหวัด พบว่ามีเพียงจังหวัดน่านที่มีสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 29 ราย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเวียงสา อำเภอท่าวังผา อำเภอปัว อำเภอเมืองน่าน และอำเภอภูเพียง แบ่งเป็นโรงงานอุตสาหกรรม 22 ราย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 4 ราย และวิสาหกิจชุมชน 3 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 3,479,200 บาท ทั้งนี้ โรงงานส่วนใหญ่สามารถลดความเสียหายได้ เนื่องจากเคลื่อนย้ายวัตถุดิบและสินค้าขึ้นที่สูงได้ทันตามที่มีประกาศเตือนภัย ส่วนกลุ่มที่ได้รับความเสียหายหนักเป็นโรงงานในพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากหรือริมแม่น้ำ เช่น กิจการดูดทราย ลอกกรวด อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และการผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีต ซึ่งไม่สามารถย้ายเครื่องจักรขนาดใหญ่ได้ทัน ทำให้อาคารและสิ่งก่อสร้างบางส่วนถูกกระแสน้ำซัด ก่อให้เกิดความเสียหาย
สำหรับผลสำรวจความต้องการความช่วยเหลือพบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องการการสนับสนุนด้านการฟื้นฟู ซ่อมแซมอาคาร เครื่องจักรและอุปกรณ์เป็นลำดับแรก รองลงมาคือมาตรการทางการเงิน สินเชื่อ และการยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานเพื่อลดภาระต้นทุน ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างจัดทำมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูโดยเร่งด่วน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รวมถึงการจ้างงานในพื้นที่
นอกจากนี้ ในการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้ง “ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ” เป็นศูนย์กลางในการรับและส่งมอบสิ่งของที่ภาคเอกชนให้การสนับสนุน โดยส่งตรงไปถึงพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ ที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ สำหรับระยะถัดไปกระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการส่งทีมช่างลงพื้นที่ เพื่อช่วยตรวจสอบความเสียหายของระบบไฟฟ้า ซ่อมแซมเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตลอดจนให้คำแนะนำด้านการฟื้นฟูสถานประกอบการ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาเปิดดำเนินกิจการได้โดยเร็วที่สุด
กระทรวงอุตสาหกรรม ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทุกการดูแลและเคียงข้างพี่น้องประชาชน หากบุคคลหรือสถานประกอบการใดที่ได้รับผลกระทบ หรือต้องการความช่วยเหลือด้านอุตสาหกรรม สามารถติดต่อ สายด่วน โทร 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง