กระทรวงยุติธรรมมอบเงินเยียวยาทายาทผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ด้าน อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ชี้แจงจ่ายตามหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมเดินหน้าดัน พ.ร.บ.กองทุนเหยื่อคดีอาญา ลดภาระงบประมาณแผ่นดิน
วันนี้ (20 ก.ค. 69) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย กรณีเหตุไฟไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว ภายใต้งาน คุ้มครองคน...คุ้มครองสิทธิ... เพื่อสร้างวิถีชีวิตแห่งความเป็นธรรม โดยมีนางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ คณะผู้บริหาร ทายาทผู้เสียชีวิต และสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม
นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า การมอบเงินในครั้งนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ซึ่งกำหนดจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตรายละ 300,000 บาท ซึ่งปรับขยายเพิ่มขึ้นจากกฎหมายเดิมที่จ่าย 200,000 บาท โดยผู้รับเยียวยาจะต้องเป็นผู้เสียหายที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด แต่เป็นผลมาจากการกระทำของผู้อื่น เช่น ผู้ที่เข้าไปใช้บริการ
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้จัดประชุมเร่งด่วนในวันอังคารที่ผ่านมาและมีมติอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้เสียชีวิต ณ วันนั้น จำนวน 31 ราย จากยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด 34 ราย โดยมอบในพิธีวันนี้ 14 ราย รวมเป็นเงิน 4,200,000 บาท และส่วนที่เหลือจะโอนเข้าบัญชีโดยตรง รวมเป็นเงินเยียวยาทั้งสิ้นกว่า 9,300,000 บาท ส่วนกรณีของเจ้าของร้านหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องรอผลการสอบสวนหากพบว่าเป็นผู้กระทำความผิดจะไม่ได้รับเงินเยียวยาในส่วนนี้
สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการนำเงินภาษีประชาชนมาจ่ายเยียวยาในคดีอาญานั้น นายไตรยฤทธิ์ ชี้แจงว่า ทางกรมฯ รับฟังทุกความคิดเห็น ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สังคมจะนำไปร่วมพิจารณาปรับปรุงเกณฑ์ในอนาคต แต่ในปัจจุบันการดำเนินการของภาครัฐต้องเป็นไปตามตัวบทกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากที่ประสบความสูญเสีย ซึ่งหลายครอบครัวไม่มีเงินกระทั่งจัดงานศพจนต้องกู้หนี้ยืมสิน หากภาครัฐไม่ดำเนินการตามกฎหมายก็อาจถูกร้องเรียนว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ พร้อมฝากสื่อมวลชนช่วยกันขยายวงการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
นอกจากนี้ นายไตรยฤทธิ์ ยังได้กล่าวถึงแนวคิดการจัดตั้ง "กองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญา" ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐต้องใช้งบประมาณแผ่นดินปีละหลายร้อยล้านบาทในการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายที่ไม่ได้ทำความผิดจากโศกนาฏกรรมต่างๆ เช่น เหตุเครนถล่ม ตึก สตง. ถล่ม หรือเหตุการณ์ที่หนองบัวลำภู ซึ่งตามหลักการแล้วผู้กระทำผิดสมควรเป็นผู้ชดใช้ แต่หากรอผลคดีแพ่งจะใช้เวลานานจนไม่ได้เยียวยาจริง
ทาง กรมฯ จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล จัดเวทีอภิปรายรับฟังความคิดเห็น ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น เพื่อขับเคลื่อนการจัดตั้งกองทุนเหยื่อในรูปแบบ พ.ร.บ. แยกต่างหาก ซึ่งไม่กระทบกับ พ.ร.บ. ค่าตอบแทนฯ เดิม โดยกองทุนนี้จะมีแหล่งเงินทุนนอกเหนือจากงบประมาณปกติ เช่น เงินบริจาค หรือค่าปรับผิดสัญญา เพื่อนำไปจ่ายเยียวยาเบื้องต้น แล้วให้กองทุนทำหน้าที่ "ไล่เบี้ย" ทวงเงินคืนจากผู้กระทำความผิดในภายหลัง ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดินจากเงินภาษีประชาชนอย่างยั่งยืน