พณ.- มท. เดินหน้า “ไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ” เฟส 2 ศุกร์เว้นศุกร์ ก.ค. - ก.ย.นี้ ลดค่าครองชีพต่อเนื่อง

📌บทสรุป

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เห็นชอบร่วมกันเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ” เฟส 2 เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน หลังจากโครงการฯ ในเฟสแรกประสบความสำเร็จ โดยมียอดจำหน่ายรวม 135.40 ล้านบาท มีร้านค้าเข้าร่วม 51,491 ร้าน ประชาชนเข้าร่วมเลือกซื้อสินค้ากว่า 1.08 ล้านคน และช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ 29.62 ล้านบาท ซึ่งโครงการฯ ในเฟส 2 จะจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด “ทุกวันศุกร์เว้นศุกร์” ระหว่างเดือนกรกฎาคม–กันยายน 2569 ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ รวม 7 ครั้ง ตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. เริ่มวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 โดยมีสินค้า House Brand จากห้างค้าส่งและค้าปลีกชั้นนำ พร้อมสินค้าแบรนด์ทางเลือกราคาโปรโมชันพิเศษ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ โครงการยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการชุมชน ผู้ประกอบการ SME รวมถึงสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าร่วมจำหน่าย เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ขณะที่กรมการปกครองได้กำชับให้จังหวัดและอำเภอเตรียมความพร้อมด้านสถานที่และประสานความร่วมมือกับห้างค้าปลีกและค้าส่งสมัยใหม่ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

📌รายละเอียด

(1 ก.ค. 69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เห็นชอบร่วมกันเดินหน้าขับเคลื่อน โครงการ “ไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ” เพื่อลดภาระ ลดค่าครองชีพให้ประชาชน เฟส 2 หลังจากประสบความสำเร็จในเฟสแรก โดยนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากการจัดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ” พร้อมกันทั่วประเทศไปแล้ว 5 ครั้ง ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล อันเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย โดยใช้ที่ว่าการอำเภอ 878 อำเภอทั่วประเทศ เป็นพื้นที่จัดจำหน่ายสินค้าทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นที่มีคุณภาพในราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการจากชุมชนในอำเภอนำสินค้ามาวางจำหน่ายในพื้นที่เดียวกัน ปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี สามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียน มียอดจำหน่ายรวมสูงถึง 135.40 ล้านบาท มีร้านค้าเข้าร่วมจำหน่ายสินค้า 51,491 ร้าน มีประชาชนเข้าร่วมเลือกซื้อสินค้ากว่า 1.08 ล้านคน ช่วยลดรายจ่ายและลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้มากถึง 29.62 ล้านบาท ส่วนสินค้าขายดีลำดับต้นๆ ได้แก่ น้ำมันประกอบอาหาร ไข่ไก่ ไข่เป็ด ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ปรับผ้านุ่ม และน้ำตาล

จากผลสำเร็จของโครงการฯ เฟสแรก ทำให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้ดำเนินโครงการในเฟส 2 อย่างต่อเนื่อง พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือกซื้อสินค้าราคาประหยัด “ทุกวันศุกร์เว้นศุกร์” ระหว่างเดือนกรกฎาคม - กันยายน 2569 เพื่อต่อยอดความสำเร็จและส่งต่อความสุขให้ประชาชน โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดสินค้า House Brand จากห้างค้าส่ง-ค้าปลีกชั้นนำ อาทิ Makro, Lotus’s, Big C, Tops, GO Wholesale, CJ MORE พร้อมสินค้าแบรนด์ทางเลือกราคาโปรโมชันพิเศษมาให้เลือกซื้อเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ กำหนดการจำหน่ายสินค้าในโครงการ “ไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ” รวม 7 ครั้ง ดังนี้ วันศุกร์ที่ 3, 17 และ 31 กรกฎาคม 2569 วันศุกร์ที่ 14 และ 28 สิงหาคม 2569 และวันศุกร์ที่ 11 และ 25 กันยายน 2569

สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ” นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบการชุมชน และจาก SME ในพื้นที่ให้มียอดขายและรายได้เพิ่ม จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคนไปเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีในราคาประหยัด ณ ที่ว่าการอำเภอใกล้บ้าน ตามวันและเวลาดังกล่าว พร้อมขอบคุณกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และนายอำเภอทุกแห่งที่ให้ความสำคัญในการดำเนินการในเฟส 1 เป็นอย่างดี รวมถึงเฟส 2 ที่จะเริ่มในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม นี้

ขณะที่นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า เพื่อสานต่อความสำเร็จดังกล่าว และเพื่อให้การจัดกิจกรรมตามโครงการฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้กำชับให้ที่ทำการปกครองจังหวัดและที่ทำการปกครองอำเภอดำเนินการจัดเตรียมสถานที่จำหน่ายสินค้า โดยใช้ที่ว่าการอำเภอ หอประชุมอำเภอ หรือศาลาประชาคมที่มีความมั่นคงแข็งแรง อากาศถ่ายเทสะดวก และสามารถรองรับประชาชนได้อย่างเหมาะสมเป็นสถานที่หลัก สำหรับพื้นที่ใด ที่ที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ห่างไกลหรือประชาชนเข้าถึงได้ยาก ให้อำเภอพิจารณาคัดเลือกสถานที่อื่นที่มีความเหมาะสมเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ให้อำเภอประสานความร่วมมือกับผู้จัดการสาขาของห้างค้าปลีกและค้าส่งสมัยใหม่ที่รับผิดชอบพื้นที่ เพื่อกำหนดรูปแบบการจัดจำหน่าย การจัดวางสินค้า และการขนส่งสินค้าให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยสามารถบูรณาการนำสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน ของดีมีแวว ในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กันไป


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar