ผู้แทนการค้าไทย หารือ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเช็กประจำประเทศไทย ดึงลงทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยี-ป้องกันประเทศ พร้อมเร่งผลักดันเจรจา FTA ไทย-EU และหนุนไทยเข้า OECD

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ได้หารือกับนายปาเวล ปีเตล (H.E. Mr. Pavel Pitel) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเช็กประจำประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับเช็กให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์โลก ทั้งไทยและเช็กซึ่งมีรูปแบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออก ต่างเห็นพ้องถึงความสำคัญของการกระจายความเสี่ยง และการสร้างพันธมิตรทางการค้าที่ไว้ใจได้ โดยไทยได้ใช้โอกาสนี้เชิญชวนให้ภาคธุรกิจและนักลงทุนจากเช็กเข้ามาขยายฐาน
การลงทุนในประเทศ โดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เช็กมีความเชี่ยวชาญ อาทิ เครื่องมือแพทย์ พลังงานทางเลือก และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense Industry) ซึ่งเช็กมีศักยภาพและ
ประสบการณ์สูง รวมไปถึงการต่อยอดความร่วมมือด้านนวัตกรรมและสตาร์ทอัพ (Startups) ซึ่งทั้งสองประเทศมีการดำเนินงานและสนับสนุนเครือข่ายระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังได้ใช้โอกาสนี้หารือและขอรับการสนับสนุนจากสาธารณรัฐเช็ก ในฐานะประเทศสมาชิกที่มีบทบาทในสหภาพยุโรป (EU) เพื่อช่วยผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-EU ให้สามารถสรุปผลได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน สาธารณรัฐเช็กได้แสดงท่าทีที่น่ายินดี โดยยืนยัน
ความพร้อมที่จะสนับสนุนประเทศไทยในการก้าวเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) อย่างเต็มที่ อีกทั้งท่านเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เสนอที่จะนำเครือข่ายบุคลากรผู้เชี่ยวชาญมาแบ่งปันประสบการณ์ตรงและบทเรียนของเช็ก จากกระบวนการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD และ EU ให้แก่ทีมงานของไทยได้นำมาศึกษาและปรับใช้ด้วย

นายวีระพงษ์ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทุกการหารือกับต่างประเทศในขณะนี้ คือการเปิดประตูบานใหม่ให้กับประเทศไทย เพื่อสร้างพันธมิตรใหม่ ค้นหาโอกาสใหม่ๆ และต่อยอดไปสู่การสร้างรากฐานเศรษฐกิจไทยที่เข้มแข็งและพร้อมแข่งขันบนเวทีโลก

ทั้งนี้ สาธารณรัฐเช็กเป็นคู่ค้าอันดับที่ 40 ของไทยในตลาดโลก การค้าระหว่างไทยกับเช็กในปี 2568 มีมูลค่ารวม 1,541.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.33 แบ่งเป็นการส่งออกของไทยไปเช็กมูลค่า 1,185.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าจากเช็กมูลค่า 355.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปเช็ก เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญจากเช็ก เช่น เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ และเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และการแพทย์

ที่มา: https://www.thaigov.go.th/th/news/165078


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar