นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตเยอรมนีก่อนอำลาตำแหน่ง ย้ำมิตรภาพ 164 ปี เดินหน้าผลักดัน FTA ไทย–EU และการเข้าเป็นสมาชิก OECD ต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกัน

วันนี้ (12 มิถุนายน 2569) เวลา 09.30 น. ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายแอ็นสท์ ว็อลฟ์กัง ไรเชิล (H.E. Mr. Ernst Wolfgang Reichel) เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตเยอรมนีฯ ด้วยความยินดี และแสดงความขอบคุณสำหรับบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมืออันสร้างสรรค์ระหว่างไทยกับเยอรมนีตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ โดยบรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนถึงมิตรภาพและความใกล้ชิดระหว่างทั้งสองฝ่ายที่ได้ร่วมงานกันอย่างใกล้ชิดในช่วงที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมความทุ่มเทของเอกอัครราชทูตเยอรมนีฯ ในการผลักดันความร่วมมือในหลากหลายมิติ พร้อมเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทางการทูตอันแน่นแฟ้นและยาวนานระหว่างไทย–เยอรมนี ซึ่งดำเนินมาครบ 164 ปีในปีนี้ บนพื้นฐานของมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ทั้งในระดับรัฐบาล ภาคธุรกิจ และประชาชนของทั้งสองประเทศ

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้

1. ความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (Thailand–EU FTA) นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้มีโอกาสหารือกับภาคเอกชนยุโรปและรับฟังมุมมองจากนักลงทุน โดยย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (Thailand–EU FTA) ให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าความตกลงดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปในระยะยาว รวมทั้งช่วยเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจและยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเยอรมนีให้ใกล้ชิดและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

2. การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) นายกรัฐมนตรียืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของไทยในการยกระดับมาตรฐานการพัฒนา การกำกับดูแลที่ดี และการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกมากยิ่งขึ้น โดยเห็นว่าการเข้าเป็นสมาชิก OECD จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ในช่วงท้ายของการหารือ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตเยอรมนีฯ สำหรับมิตรภาพและความร่วมมืออันดียิ่งตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย โดยแสดงความเชื่อมั่นว่ารากฐานความร่วมมืออันเข้มแข็งที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันสร้างไว้ จะช่วยต่อยอดความสัมพันธ์ไทย–เยอรมนีให้แน่นแฟ้นและก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ

ที่มา: https://www.thaigov.go.th/th/news/165077


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar