5 รัฐมนตรี ลงพื้นที่พัทลุง - สงขลา ยกระดับเศรษฐกิจ Soft Power ผ้าไทย พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย

📌บทสรุป

หน่วยงานภาครัฐ 4 หน่วยงาน 5 รัฐมนตรี ผนึกกำลังลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงและสงขลา เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ Soft Power ผ้าไทย คุณภาพชีวิตของประชาชน และการศึกษา ประกอบด้วย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานปิดโครงการ Soft Power สาขาแฟชั่น ที่กรมประชาสัมพันธ์จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อยกระดับผ้าไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดสากล พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นสักขีพยานในพิธีประกาศปฏิญญาการขับเคลื่อน “สงขลาไมซ์ซิตี้” สู่การเป็นศูนย์กลางไมซ์ระดับนานาชาติ ระหว่างองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 40 แห่ง เพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของทุกภาคส่วนในการสร้างอนาคตของจังหวัดสงขลาให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางไมซ์ระดับนานาชาติ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ชุมชน และผู้ประกอบการอย่างสมดุล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา แนะแนวทางและแรงบันดาลใจในการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย เยี่ยมชมผลงานนวัตกรรมการใช้ประโยชน์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ ภายใต้โครงการ South Innovation Bridge โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการ ชุมชน ภาครัฐ และภาคสังคมเข้าด้วยกัน ยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้ ส่งเสริม “เศรษฐกิจเวลเนส” (Wellness Economy) ที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและแนวปะการัง ยกระดับ “เศรษฐกิจฮาลาล” และการบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อเตรียม พร้อมรับมือภัยพิบัติ ด้านนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง เพื่อเปิดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย และลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อเปิดโครงการ “พม.เคลื่อนที่ สร้างสุข สวัสดิการทุกช่วงวัย จังหวัดสงขลา” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลประชาชนทุกช่วงวัยอย่างรอบด้าน ทั้งเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ครัวเรือนเปราะบาง ผ่านการให้บริการแบบเชิงรุก เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง แก้ปัญหาทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้และชุมชนมีความเข้มแข็ง

📌รายละเอียด

(8 มิ.ย. 69) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานปิดโครงการ Soft Power สาขาแฟชั่น ที่กรมประชาสัมพันธ์จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อยกระดับผ้าไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดสากล ตามนโยบายผลักดัน Soft Power ไทยของรัฐบาล มีการจัดแสดงผลงานจาก 10 ชุมชน กว่า 100 ผลิตภัณฑ์ พร้อมแฟชั่นโชว์ “THE WALK OF WOVEN IDENTITIES” ที่นำลายผ้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาออกแบบใหม่ให้ร่วมสมัย สะท้อนว่าผ้าไทยสวมใส่ได้จริงทุกวัน และต่อยอดเป็นรายได้ให้ชุมชน
การจัดงานครั้งนี้เป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงฟื้นฟูผ้าไทยให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและสร้างอาชีพแก่ประชาชนทั่วประเทศ และสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ และร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงนำผ้าไทยสู่เวทีโลกผ่านโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” จนได้รับการถวายตำแหน่งทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เป็นพระองค์แรกของโลก
นางสาวศุภมาส เน้นย้ำว่า ผ้าไทย คือ เรื่องราวของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของคนไทย งานครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักออกแบบและผู้ประกอบการต่อยอดผ้าไทยให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ควบคู่กับการรักษารากเหง้าของชาติเชิญชวนประชาชนสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน โดยทุกครั้งที่เราเลือกผ้าไทย คือการสร้างรายได้ให้ช่างทอไทย และส่งให้ Soft Power ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีประกาศปฏิญญาการขับเคลื่อน “สงขลาไมซ์ซิตี้” สู่การเป็นศูนย์กลางไมซ์ระดับนานาชาติ ระหว่างองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 40 แห่ง และเปิดกิจกรรม MICE Bazaar 2026 : Songkhla MICE Mart Plus Series ภายใต้แนวคิด “SONGKHLA SYNERGY: The Pillar of the Future” ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ (TCEB) เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมของจังหวัดสงขลาในการรองรับการจัดงานไมซ์ระดับประเทศและนานาชาติ ต่อยอดการพัฒนาเมืองสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจไมซ์แห่งอนาคต โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพของจังหวัดสงขลาในฐานะเมืองไมซ์ที่มีความพร้อมรอบด้าน ทั้งด้านสถานที่จัดงานและห้องประชุมมาตรฐานสากลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน TMVS (Thailand MICE Venue Standard) มากกว่า 10 แห่ง ประกอบกับความเข้มแข็งของผู้ประกอบการ ชุมชน ร้านอาหาร ระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงครบทุกมิติ และจิตวิญญาณแห่งการเป็นเจ้าบ้านที่พร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลก โดยภาครัฐพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการบูรณาการความร่วมมือ สนับสนุนภาคเอกชนและภาควิชาการ เพื่อสร้างการจ้างงาน กระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียน และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ภายในงานมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านเวที Fireside Chat และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจผ่านระบบ Live Connectivity เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดสู่ผู้ประกอบการทั่วประเทศ คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ภาคใต้ได้มากกว่า 50 ล้านบาท และก่อให้เกิดคู่เจรจาทางธุรกิจกว่า 1,500 คู่
จังหวัดสงขลาได้รับการยกระดับเป็นเมืองไมซ์ซิตี้อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2562 และได้รับการต่ออายุสถานะในปี 2568 ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการบริหารจัดการและศักยภาพของเมืองที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมทั้งเป็นหนึ่งในเมืองไมซ์ชั้นนำของประเทศที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างสมดุลควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภาคใต้ ที่มีความพร้อมทั้งทางอากาศ ทางราง ทางถนน และท่าเรือน้ำลึก มีทรัพยากรธรรมชาติที่งดงามและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น สามารถดึงดูดนักเดินทางไมซ์จากทั่วโลกให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ในพื้นที่ การประกาศปฏิญญาขับเคลื่อนสงขลาไมซ์ซิตี้ในครั้งนี้ จึงเป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของทุกภาคส่วนในการสร้างอนาคตของจังหวัดสงขลาให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางไมซ์ระดับนานาชาติ ขับเคลื่อน การเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ชุมชน และผู้ประกอบการอย่างสมดุลและยั่งยืน
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ลงพื้นที่ จังหวัดสงขลา ณ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย แจ้งข่าวดีแก่นักเรียนและโรงเรียนถึงความคืบหน้าเรื่องงบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ซึ่งได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกระทรวงศึกษาจะยกเลิกโครงการและการประเมินต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น เช่น โครงการโรงเรียนสีขาว ซึ่งจะช่วยคืนเวลาให้ครูได้ดูแลนักเรียนอย่างเต็มที่มากขึ้น พร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “แนวทางและแรงบันดาลใจในการเข้ามหาวิทยาลัย” ให้คำแนะนำแก่นักเรียนในการเลือกเข้าศึกษาต่อว่า อย่าตัดสินใจเลือกเพียงเพราะค่านิยมหรือชื่อของหลักสูตร แต่ให้เข้าไปดูรายละเอียดอย่างเจาะลึกว่าตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 4 ต้องเรียนวิชาอะไรบ้าง และวิชาเหล่านั้นคือสิ่งที่ตนเองมีความสุขที่จะเรียนหรือไม่ พร้อมฝากข้อคิดที่สำคัญว่า “อย่าไปแคร์ว่าหลักสูตรชื่ออะไร เพราะอีกหน่อยอาชีพจะเปลี่ยน พออาชีพเปลี่ยน สิ่งที่อยู่กับเราคือองค์ความรู้พื้นฐาน ซึ่งองค์ความรู้พื้นฐานเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น แคลคูลัส เซต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ หรือแม้แต่ความรู้ด้านสังคม ประวัติศาสตร์ จิตวิญญาณความเป็นพลเมือง และความมี Empathy จะอยู่ติดตัวเราตลอดไป และเราสามารถที่จะใช้องค์ความรู้พื้นฐานตรงนี้ ทำอะไรก็ได้ให้เกิดอาชีพใหม่ของเรา”
นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้ลงพื้นที่ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ (จ.สงขลา) เพื่อเยี่ยมชมผลงานนวัตกรรมการใช้ประโยชน์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ ภายใต้โครงการ South Innovation Bridge การเชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยมีนวัตกรรมเด่นที่ขยายผลเพื่อพัฒนาภูมิภาค ได้แก่ นวัตกรรมไบโอดีเซลสำหรับภาคการเกษตรและประมง ที่เปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงานทดแทน ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงสำหรับภาคการเกษตรและประมง นวัตกรรมเครื่องแปลงขยะอินทรีย์และเศษวัชพืช เป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emissions ในระดับชุมชนและภูมิภาค ด้านภาคการเกษตรเชิงพาณิชย์ ได้แก่ นวัตกรรมการเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืนด้วย RSPO ช่วยยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกรภาคใต้ และนวัตกรรมยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกสำหรับงานหัตถกรรมจักสาน เป็นการยกระดับภูมิปัญญาจักสานด้วยวัสดุทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงผู้ประกอบการ ชุมชน ภาครัฐ และภาคสังคมเข้าด้วยกัน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยและแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน การยกระดับเศรษฐกิจของภาคใต้จะต้องเดินหน้าควบคู่ไปกับความยั่งยืนเสมอ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาบูรณาการกับจุดเด่นทางทรัพยากรของพื้นที่ด้วยการส่งเสริม “เศรษฐกิจเวลเนส” (Wellness Economy) ที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและแนวปะการัง การยกระดับ “เศรษฐกิจฮาลาล” ให้เป็นเสาหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค และการบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักวิจัยและนักศึกษาในพื้นที่ได้เข้ามาต่อยอดองค์ความรู้เชิงลึก โดยมีโรงงานต้นแบบภายในอุทยานวิทยาศาสตร์เป็นพื้นที่แห่งการทดลองและลงมือทำจริง ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยน งานวิจัยให้กลายเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง ณ นิคมสร้างตนเองควนขนุน เปิดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย “สร้างสังคมดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่จังหวัดพัทลุง พร้อมพบปะพูดคุยกับสมาชิกนิคมฯ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนามาตรการ และนโยบายที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด จังหวัดพัทลุง เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชุมชน ทุนมนุษย์ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย ด้วยศักยภาพและพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะต่อยอดทุนทางสังคมที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมอย่างเข้มแข็ง และสร้างสังคมที่ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคง และมีโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างเท่าเทียม 
นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้ เพื่อเปิดโครงการ “พม.เคลื่อนที่ สร้างสุข สวัสดิการทุกช่วงวัย จังหวัดสงขลา” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของเครือข่ายท้องถิ่นทุกภาคส่วนในการดูแลประชาชนทุกช่วงวัยอย่างรอบด้าน ทั้งเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงครัวเรือนเปราะบาง ผ่านการให้บริการแบบเชิงรุก เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง แก้ปัญหาทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้และชุมชนมีความเข้มแข็ง


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar