(25 พ.ค. 69) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการหารือการกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมาย ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย กรณี live สด อนาจาร โดยมี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) พล.ต.ต. ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) และได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมหารือภายหลังประชุมร่วมกับคลารา โก๊ะ Director of Public Policy, Central Southeast Asia & ASEAN ของ Meta
(บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนานกว่า 2 ชั่วโมง
นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงดีอีให้ความสำคัญและไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 จำนวน 3 บัญชี และ วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 จำนวน 2 บัญชี จากผลการตรวจสอบ พบว่าขบวนการดังกล่าวใช้บัญชีอวตาร รวม 5 บัญชี โดยใช้รูปของบุคคลอื่นที่หน้าตาดีมาเป็นโปรไฟล์ ซึ่งยังไม่สามารถตรวจสอบต้นทางได้ ว่ามาจากไทยหรือต่างประเทศ และการไลฟ์สดมีการแนบลิงก์เพื่อเก็บข้อมูลของผู้เข้าดู ซึ่งมีประชาชนเข้าถึงเนื้อหาดังกล่าวมากกว่า 1 ล้านคนในระยะกว่า 8 ชั่วโมง และจำนวนหลายครั้ง โดยกระทรวงดีอี ได้หารือร่วมกับ ETDA สอท. ปอท. และ META ดำเนินมาตรการดังนี้
1. กระทรวงดีอี ETDA ได้รวบรวมหลักฐานการกระทำความผิดและส่งต่อ ให้กับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายในส่วนของผู้ที่มีความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
2. การออกหลักเกณฑ์เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในอนาคต โดยเร่งรัดการปรับหลักเกณฑ์การดูแลแพลตฟอร์มใหม่ เพื่อให้แพลตฟอร์มมีส่วนรับผิดชอบต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายด้วย ซึ่งเบื้องต้นมีการหารือดังนี้
3. สำหรับเรื่องดังกล่าวในกรณีของ META เบื้องต้นทาง ETDA ได้ให้ META ชี้แจงและส่งหลักฐานการดำเนินการมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง นอกจากนี้กระทรวงดีอีจะมีการร่วมหารือกับผู้บริหารระดับสูงของ META เพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกที่ชัดเจน
4. ประเด็นเรื่องของการกดไลก์ หรือการคอมเมนต์ แสดงความคิดเห็นของประชาชนในช่วงที่มีการเผยแพร่เนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ในครั้งนี้ยังถือว่าไม่มีความผิด เนื่องจากไม่ได้เป็นการทำให้เผยแพร่ แต่เมื่อมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ กระทรวงดีอีเตรียมพิจารณาว่าเป็นการมีส่วนร่วมทำให้เกิดการเผยแพร่ด้วย เนื่องจากทำให้ algorithm ของแพลตฟอร์มทำงานและผลักดันให้เป็นเนื้อหาที่ได้รับความนิยม เกิดการสร้างการรับรู้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชนว่าการกดไลก์ หรือแสดงความคิดเห็นในเนื้อหานั้น ๆ ถือเป็นการส่งเสริมให้มีการเผยแพร่ในทางอ้อม
พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
เตือนผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียว่า แม้การดูสื่อลามกอนาจาร หรือการกดไลก์ อาจไม่มีความผิด แต่หากมีการกดแชร์ หรือส่งต่อ ถือเป็นความผิดสำเร็จทันที ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14 (4) การนำเข้าข้อมูลลามกสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับบุคคลที่ส่งต่อ (แชร์) ข้อมูลภาพหรือคลิปลามกอนาจาร ถือว่าเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 14 (5) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งยังเป็นคดีอาญาที่ไม่สามารถยอมความได้ และยังเสี่ยงต่อการถูกแฮกข้อมูลจากลิงก์ที่ฝังมากับไลฟ์ด้วย หากประชาชนพบเห็นคลิปล่อแหลม ลามกอนาจาร ขอให้กดรายงานและแจ้งเบาะแสมาที่ตำรวจไซเบอร์ 1441 ทันที ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย ไม่สนับสนุนคอนเทนต์ขยะ มุ่งหวังแต่ยอดไลก์ยอดแชร์ เพราะคอนเทนต์ขยะเหล่านี้ อาจสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดการลอกเลียนแบบได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน
กระทรวงดีอี จะติดตามการดำเนินการในแต่ละส่วนอย่างจริงจัง ทั้งในส่วนของการติดตามเร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การออกหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อใช้ควบคุมดูแลแพลตฟอร์มในแนวทางที่ถูกต้อง รวมทั้งกรณีที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามเฟกนิวส์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัลที่เกิดประโยชน์สูงสุด
แก่ประชาชน