นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กรณีการออกเอกสารสำคัญทางการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ค้างชำระเงินบำรุงการศึกษาในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ เพื่อคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา และให้เด็กสามารถนำเอกสารไปรายงานตัวเพื่อศึกษาต่อได้
“เด็กและเยาวชนทุกคนที่สำเร็จการศึกษา จะต้องได้รับเอกสารสำคัญทางการเรียนอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โรงเรียนไม่มีสิทธิ์หน่วงเหนี่ยวไว้ เพราะจะทำให้เด็กสูญเสียโอกาสในการไปรายงานตัวเพื่อเรียนต่อในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 แต่ควรจะไปหาทางออกร่วมกัน โดยหลังจากนี้ ผมจะสั่งการและกำชับไปยัง สพฐ. เพื่อออกแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนแจ้งไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศ และให้ถือว่านี่เป็นการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout ในการลดจำนวนเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์” รมว.ศธ. กล่าว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการสำคัญให้ ศธ. บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงแรงงาน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการใช้จ่ายงบประมาณเงินกู้ ส่วนที่สอง จำนวน 200,000 ล้านบาท สำหรับพัฒนาทุนมนุษย์และเทคโนโลยี เพื่อนำมาสร้างทักษะและสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้แก่ประชาชนและผู้เรียนทั่วประเทศ
“ในเรื่อง AI ถือเป็นวาระแห่งชาติที่จะพลิกโฉมศักยภาพคนไทย ศธ. พร้อมรับนโยบายนี้มาแปลงสู่การปฏิบัติในทันที โดยเตรียมนัดประชุมผู้บริหาร ศธ. เพื่อวางโรดแมปและระดมสมองในการจัดทำแผนงานโครงสร้างพื้นฐาน การปรับปรุงหลักสูตร และการพัฒนาครู-ผู้เรียน ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไป” รมว.ศธ. กล่าวทิ้งท้าย
ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/164301