“สีหศักดิ์” ลงพื้นที่ ศอ.บต. จ.ยะลา บูรณาการหน่วยงานรัฐแก้ปัญหาชายแดนใต้ สร้างสันติสุข พัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การศึกษา

📌บทสรุป

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ลงพื้นที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จังหวัดยะลา เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยืนยันว่า พร้อมรับฟังการแก้ปัญหาทั้งในมิติด้านการพัฒนา ความมั่นคง การเจรจา ความยุติธรรม และการยกระดับอัตลักษณ์ของพื้นที่ ซึ่งปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความซับซ้อนและหลากหลายมิติ การทำงานจึงจำเป็นต้อง บูรณาการความร่วมมือจากทุกฝ่าย พร้อมทั้งเร่งแก้ไขปัญหาด้านการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงในชีวิตแก่ประชาชน รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานของ ศอ.บต. เพื่อสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืน สำหรับผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา ศอ.บต. ได้ยกระดับความร่วมมือระหว่างจังหวัดชายแดนภาคใต้กับพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซียสู่การเป็นเมืองคู่แฝด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมเชื่อมโยงชายแดน การสร้างความเข้าใจกับประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) เพื่อสนับสนุนแนวทางสันติวิธีในเวทีนานาชาติ นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังได้พูดคุยและรับฟังข้อเสนอแนะ จากภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นย้ำว่าความมั่นคงและความมั่งคั่งต้องไปด้วยกัน ภาคเอกชนถือเป็นหุ้นส่วนของภาครัฐในการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยภาคเอกชนได้เสนอ 8 มาตรการ เพื่อผลักดันการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และยกระดับเศรษฐกิจ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตในท้องถิ่น สร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

รายละเอียด

(20 พ.ค. 69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ลงพื้นที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จังหวัดยะลา เพื่อหารือขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินงานในมิติต่าง ๆ ต้องยอมรับว่ามีเรื่องที่ดำเนินการแล้วประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จในบางเรื่อง การเดินทางมาครั้งนี้จึงต้องการรับฟังปัญหา มิติการพัฒนา ความมั่นคง ด้านการเจรจา การยกระดับอัตลักษณ์ ความยุติธรรม ความเป็นธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกมิติ เพื่อเรียนรู้ รับฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้บริหาร ศอ.บต. แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ ซึ่งนับเป็นภารกิจใหม่ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และได้รับมอบหมายให้ทำงานเรื่องสถานการณ์ภาคใต้ เนื่องจากตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ปฏิบัติงานในกระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดตามและทำงานเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้อย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับมิติต่างประเทศ ครั้งนี้ถือเป็นการเข้ามาทำงานในพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ

ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้นเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและหลากหลายมิติ การทำงานจึงจำเป็นต้องมีเอกภาพเชิงนโยบาย บูรณาการความร่วมมือจากทุกฝ่าย และขับเคลื่อนงานให้เป็นรูปธรรม ภายใต้แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมอบนโยบายเร่งแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาต้องคิดนอกกรอบและเชื่อมโยงการทำงานทุกฝ่ายให้นำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ ความมั่นคงของชีวิตของประชาชน ความมั่นคงด้านการศึกษาและการลดความเหลื่อมล้ำ การศึกษาสามารถนำไปสู่สิ่งเหล่านี้ได้โดยให้สร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาศาสนาอิสลาม พร้อมทั้งขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ ท่ามกลางความเสี่ยงและข้อจำกัดต่าง ๆ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อสนับสนุนการทำงานของ ศอ.บต. และทุกหน่วยงานในพื้นที่ให้บรรลุเป้าหมายและสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ในการหารือ ศอ.บต. ได้รายงานผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่ผ่านมาและความสำคัญของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ว่า การดำเนินงานได้ยกระดับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยกับรัฐชายแดนระหว่างไทย–มาเลเซีย สู่การเป็นเมืองคู่แฝด (Twin cities) สนับสนุนการพัฒนาความร่วมมือมิติต่าง ๆ ระหว่างสองประเทศ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งรัด ผลักดัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงชายแดนและการขนส่ง รวมทั้งการท่องเที่ยว การแก้ไขปัญหาความยากจน ผ่านกลไกสภาสันติสุขตำบล มีเป้าหมาย 52,117 ครัวเรือน ในปี 2570 ส่งเสริมให้ประชาชนมีความมั่นคงในอาชีพ รายได้ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับหมู่บ้านและชุมชน การจัดกิจกรรมเสริมสร้างความเข้าใจแก่คณะทูตกลุ่มประเทศสมาชิก องค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาตามแนวทางสันติวิธีในเวทีนานาชาติ การปรับปรุงร่างระเบียบ กพต. ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงร่างระเบียบฯ อีกทั้งเห็นควรว่าโครงการที่จะนำเสนอให้ กพต. พิจารณาควรเป็นโครงการที่มุ่งแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วน หากไม่ดำเนินการปัญหาจะขยายรุนแรงยิ่งขึ้น และโครงการที่มุ่งเสริมสร้างความเข้าใจจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การยกระดับพื้นที่ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ได้เปิดเวทีพูดคุยและรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน เครือข่ายนักธุรกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรง ซึ่งนายสีหศักดิ์ ระบุว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความมั่นคงและความมั่งคั่ง ต้องไปด้วยกัน ดังนั้นภาคเอกชนจึงมีส่วนสำคัญในการทำงานเพื่อให้เกิดความมั่งคั่ง ภาคเอกชนจึงถือเป็นหุ้นส่วนของภาครัฐในการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ และอีกมิติหนึ่ง คือเรื่องของความเชื่อมโยงกับมาเลเซีย จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีศักยภาพสูง หากมีความมั่นคง มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะสามารถพัฒนาไปได้ไกล แต่จะไปได้ไกลกว่านั้นหากได้เชื่อมโยงกับมาเลเซีย ในขณะนี้เป็นจังหวะดีที่ต้องเร่งพูดคุย และหารือความร่วมมือกับมาเลเซีย เพราะมาเลเซียกำลังเร่งพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเฉพาะการคมนาคมระบบราง เชื่อมผ่านไทยไปจีน จึงต้องทำงานแบบบูรณาการ เชื่อว่าการได้มาฟังความเห็นของภาคเอกชนครั้งนี้ จะนำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบายทั้งมิติความมั่นคงและความมั่งคั่ง

นำความกินดีอยู่ดีสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายสกนธ์ อึ่งสร้อยทอง นักธุรกิจชายแดนใต้ กล่าวว่า การพบปะกันครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การลงทุน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภาคธุรกิจในพื้นที่มีความพร้อมที่จะสนับสนุนและเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การสร้างงาน สร้างรายได้ และการเชื่อมโยงโอกาสทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเครือข่ายนักธุรกิจชายแดนใต้ ได้เสนอ 8 มาตรการ เพื่อผลักดันการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนี้

1. ขอให้รัฐบาลผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมโรงเชือดไก่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมุ่งเน้นการดึงดูดกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตในท้องถิ่น การสร้างงาน และการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

2. ขอให้เปิดโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ให้เข้าถึงสินเชื่อของภาครัฐทุกโครงการ โดยเฉพาะมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำได้ โดยลดเงื่อนไขที่เป็นข้อจำกัด เช่น สินทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อให้เกิดการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการรายใหม่ ไม่ควรให้เฉพาะผู้ประกอบการรายเดิมที่แข็งแรงแล้ว และปรับปรุงเงื่อนไขให้สามารถนำหลักทรัพย์ที่ดิน อาคารที่จะซื้อมาเข้าโครงการ Soft Loan และขยายเพดานวงเงิน ในกรณีซื้อหลักทรัพย์

3. ขอให้ผลักดันโครงการสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค และระบบคมนาคมขนส่งให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ตลอดจนพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว

4. ขอให้ส่งเสริมการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์พัฒนากิจกรรมรวมถึงรูปแบบการท่องเที่ยว

ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและกระแสความนิยมในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นในการเดินทาง และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่พื้นที่ และฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวเดิมที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการพัฒนาและส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อสร้างจุดดึงดูด กระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง โดยการกำหนดมาตรการ

จูงใจให้คนนอกพื้นที่เข้ามาท่องเที่ยว เช่น มาตรการการเที่ยวคนละครึ่ง e-Coupon หรือ e-Voucher สำหรับ

ใช้จ่ายในพื้นที่ และสนับสนุน influencers เข้ามาประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว อาหาร อัตลักษณ์พื้นถิ่น

ในพื้นที่ชายแดนใต้

5. ขอให้ผลักดันโครงการก่อสร้างหอประชุมนานาชาติจังหวัดสตูล เพื่อยกระดับจังหวัดสตูลไปสู่เมือง MICE City เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเกิดการกระจายรายได้กับผู้ประกอบการร้านอาหารในพื้นที่จังหวัดสตูล

6. ขอให้ผลักดันโครงการรถไฟทางคู่เส้นทางสุไหงโก-ลก - หาดใหญ่ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อด้านเศรษฐกิจ โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และการค้าชายแดนในอนาคต

7. ขอให้ผลักดันโครงการคลองบายพาส จังหวัดนราธิวาส เพื่อลดอุทกภัย ป้องกันความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาระบบติดตาม แจ้งเตือนน้ำแบบ Real-Time โดยต่อยอดจากแอปพลิเคชันของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

8. ขอให้ผลักดันให้จังหวัดนราธิวาสเปิดพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้ อัล-กุรอาน อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นแลนด์มาร์กด้านวัฒนธรรมและเป็นจุดหมายท่องเที่ยวสำคัญ


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ข่าวภาครัฐที่น่าสนใจ